
ประชาชนต้องรู้
กระบวนการจัดการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ เริ่มมีเค้าลางที่เป็นรูปร่าง และใกล้ความจริง
กระบวนการจัดการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ เริ่มมีเค้าลางที่เป็นรูปร่าง และใกล้ความจริงเข้ามาทุกที โดยเฉพาะการออกกฎหมาย พ.ร.บ.การกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้เห็นชอบในร่างกฎหมายนี้แล้ว
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โดยกฎหมาย ประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 15 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้ ให้มีการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ หรือโฮลดิ้ง มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ เพื่อทำหน้าที่บริหารรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชน ที่มีลักษณะดำเนินกิจการในเชิงพาณิชย์ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
กำหนดให้มีระบบกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ เช่น ระบบการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ ระบบประเมินผล ระบบเปิดเผยข้อมูลทัดเทียมบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และระบบการแก้ไขรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา มีแผนฟื้นฟูกิจการ และการกำหนดให้มีแผนพัฒนาระบบรัฐวิสาหกิจในช่วง 5 ปี
ร่างกฎหมายนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการรวมศูนย์การบริหารรัฐวิสาหกิจไว้ที่บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ หรือที่เรียกกันติดปากว่าซูเปอร์โฮลดิ้ง ขึ้นมาเพื่อบริหารสมบัติของชาติมีมูลค่าหลายล้านล้านบาทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่ให้มีการรุมทึ้งรัฐวิสาหกิจหาประโยชน์ใส่กระเป๋านักการเมืองหรือผู้บริหารที่ทุจริต
อีกต่อไป
โดยหลักการของกฎหมายนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะการบริหารรัฐวิสาหกิจหละหลวมมากจนบางรัฐวิสาหกิจมีการผูกขาดจากนักการเมืองบางคน จนเหมือนเป็นเจ้าของเสียเอง ทั้งที่เป็นสมบัติของชาติ
แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญ และทลายแหล่งผลประโยชน์ของนักการเมือง ข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้กำกับดูแล และส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจทั้งหลาย รวมทั้งเอกชนที่เป็นคู่ค้าทำธุรกิจกับรัฐวิสาหกิจอยู่ ซึ่งแต่ละปีรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีการจัดซื้อจัดจ้างไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก
แต่การจะออกกฎหมายสำคัญเช่นนี้ รัฐบาลไม่อาจทำง่ายๆ เหมือนออกกฎหมายอื่นๆ เพื่อความโปร่งใสอีกชั้น ควรเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมายนี้ก่อนที่จะนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อไม่ให้กฎหมายออกมามีปัญหาในทางปฏิบัติ
ความกังวลใจของประชาชนที่มีต่อกฎหมายฉบับนี้คือไม่แน่ใจว่าบรรษัทที่จะตั้งขึ้นมาดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหลายนี้จะปลอดจากการเมืองได้ เพราะในอดีตก็มีตัวอย่างมาแล้ว หลายองค์กรถูกบิดเบือนไปจากเจตนารมณ์การจัดตั้ง สุดท้ายกลายเป็นรัฐบาลสร้างปัญหาใหม่ให้สังคม







