
พิสูจน์ข้าวตาย1.4ล้านไร่ก่อนชดเชย
เกษตรฯ ลงพื้นที่ 20 ก.ค. สำรวจภัยแล้งเก็บข้อมูลข้าวเสียหายก่อนเยียวยา
เกษตรฯ ลงพื้นที่ 20 ก.ค. สำรวจภัยแล้งเก็บข้อมูลข้าวเสียหายก่อนเยียวยา
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ปทุมธานี ว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบนั้น จากข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศคาดว่าจะมีพื้นที่ข้าวเสี่ยงได้รับความเสียหายประมาณ 1.4 ล้านไร่ และในวันที่ 20 ก.ค. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงสำรวจว่าพื้นที่ใดบ้างสุ่มเสี่ยงที่อาจจะขาดแคลนน้ำที่ชัดเจน หรือพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ระหว่างตั้งท้อง พื้นที่ไหนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และพื้นที่ที่ปลูกข้าวหลังเดือน พ.ค. เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลหาแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด หลังจากขอความร่วมมือเกษตรกรในพื้นที่หยุดการสูบน้ำเพื่อการเกษตรเป็นการชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น 12 เซนติเมตร ทำให้กรมชลประทานสามารถระบายน้ำไปยังพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างได้เพิ่มมากขึ้นสำหรับภาคการเกษตร
อย่างไรก็ตาม ยังต้องขอความร่วมมือเกษตรกรหยุดสูบน้ำอีก 2 วัน เพื่อประเมินปริมาณน้ำที่คงเหลืออยู่จริง เพื่อนำมาจัดสรรให้แก่พื้นที่การเกษตรตามลำดับความสำคัญ โดยไม่ส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและผลักดันน้ำเค็มที่ปล่อยน้ำลงมาจาก 4 เขื่อนหลัก
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องเงินชดเชยภัยแล้งนั้นยังสรุปไม่ได้ว่าจะช่วยอย่างไร เนื่องจากบางพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมา จึงต้องรอดูสถานการณ์ก่อนที่จะสรุปต่อไป และคงไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ทันในวันที่ 21 ก.ค.นี้
ด้านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รายงานสถานการณ์น้ำวันที่ 18 ก.ค. ว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์น้อย มีปริมาตรน้ำกักเก็บ 33,838 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 45%
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนที่อยู่ในเกณฑ์น้อย 18 แห่ง อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี
นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1-16 ก.ค. เขื่อนภูมิพลกักเก็บน้ำได้เพียง 9 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าเก็บได้น้อยมาก หากไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนจะลดการระบายน้ำลงอีก จากเดิมตามมติ ครม. 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เรื่อยๆ จนเหลือ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อาจจะส่งผลกระทบกับการใช้น้ำอุปโภคบริโภคจากการไล่น้ำเค็มได้







