
กมธ.ยกร่างรธน.สรุปที่มาสว.ให้มี200คน
คณะกมธ.ยกร่างฯสรุปที่มาวุฒิสภาเคาะ200คนมาจาก"เลือกตั้ง"ผสม"สรรหา"ดึงตุลาการ-อดีตขรก.เป็นกรรมการสรรหา
คณะกมธ.ยกร่างฯสรุปที่มาวุฒิสภาเคาะ200คนมาจาก"เลือกตั้ง"ผสม"สรรหา"ดึงตุลาการ-อดีตขรก.เป็นกรรมการสรรหา
ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ ได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับที่มาของสว.แล้ว โดยกำหนดให้มีสว. 200 คน แบ่งเป็นสว.จากการเลือกตั้ง 77 คน และ การสรรหาจำนวน 123 คน
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับสว.สรรหาจำนวน 123 คน จำแนกได้เป็นแต่ละกลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารและข้าราชการฝ่ายทหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งเลือกกันเองแต่ละประเภทไม่เกิน 5 คน จากเดิมที่กำหนดไว้ประเภทละไม่เกิน 10 คน
กลุ่มที่ 2 ผู้แทนสภาวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง จำนวนไม่เกิน 15 คน
กลุ่มที่ 3 ผู้แทนองค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคล ด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการและศึกษา ด้านชุมชม และด้านท้องถิ่นและท้องที่ ซึ่งมาจากการสรรหาไม่เกิน ด้านละไม่เกิน 6 คน
กลุ่มที่ 4 ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านการเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การเศรษฐกิจ การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ผังเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคม ชาติพันธุ์ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม คุ้มครองผู้บริโภค ด้านเด็กเยาวชน สตรี ด้านผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ และด้านอื่น ซึ่งมาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา จำนวน 68 คน จากเดิมที่กำหนดไว้ จำนวน 58 คน
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า สว.สรรหาทั้ง 4 กลุ่มจะมีคณะกรรมการสรรหาแต่ละชุดที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ คณะกรรมการสรรหาสว.กลุ่มที่ 1 จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ตุลาการศาลรธน. จำนวน 1 คน ผู้พิพากษาศาลฏีกา จำนวน 2 คน และตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 คน
คณะกรรมการสรรหาสว.กลุ่มที่ 2 จำนวน 9 คน ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งสุ่มเลือกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มละ 1 คน
(2) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และอธิการบดี ซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเลือกจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จำนวน 1 คน และเอกชน จำนวน 1 คน
คณะกรรมการสรรหาสว.กลุ่มที่ 3 จำนวน 12 คน ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมนุม (องค์การมหาชน) ซึ่งสุ่มเลือกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มละ 1 คน
(2) ผู้แทนองค์การเอกชนด้านแรงงาน จำนวน 1 คน ผู้แทนองค์การเอกชนด้านการเกษตร จำนวน 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการและการศึกษา ด้านชุมชน และด้านบริหารท้องถิ่นและท้องที่ ซึ่งสุ่มเลือกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มละ 1 คน
คณะกรรมการสรรหาสว.กลุ่มที่ 4 จำนวน 18 คน ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ซึ่งสุ่มเลือกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มละ 1 คน
(2) ผู้แทนองค์การเอกชนด้านเศรษฐกิจ ด้านเด็กและเยาวชน ด้านสตรี ด้านผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพและผู้สูงอายุ ด้านศาสนา ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้านวิชาชีพอิสระ ซึ่งสุ่มเลือกวิธีการอิเล็กทรอนิคส์จำนวนด้านละ 1 คน
ทั้งนี้ให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละคณะ เลือกกรรมการ 1 คนเพื่อเป็นประธานคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการจะเข้ารับการสรรหาเป็นสว.ไม่ได้ และคณะกรรมการสรรหามีเวลาสรรหาบุคคลเข้ามาเป็นสว.ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้นแจ้งผลการสรรหารให้กกต.ทราบ และประกาศผลการสรรหา ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการเงื่อนไขในการได้มาซึ่งกรรมการสรรหาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว.
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ทั้งหมดคือข้อยุติของการได้มาซึ่งสว.แม้จะมาจากการสรรหาและการเลือกตั้ง แต่ในการสรรหาจะมีความหลากหลายในที่มา เพราะคณะกมธ.ยกร่างฯได้แยกกลุ่ม แยกด้าน และแยกประเภท ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ได้มาเป็น สว.มีความหลากหลายมากขึ้น
"คณะกรรมาธิการฯหวังว่าจะเป็นวุฒิสภาที่มีบุคคลากรที่มีทั้งคุณภาพและคุณวุฒิในการทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ยับยั้ง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถอดถอนข้าราชการและสมาชิกรัฐสภา และมีหน้าที่ร่วมพิจารณาในเรื่องสำคัญๆกับสภาผู้แทนราษฏร เช่น การประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว







