
ชัดเจนขึ้น
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
หลังต้องลุ้นกันมาหลายสัปดาห์ติดต่อกันจากวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะวิกฤตหนี้กรีซ ในขณะนี้ก็พอจะมองทิศทางออกกันได้แล้วสำหรับอนาคตเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งการคาดเดาทิศทางของเศรษฐกิจโลกน่าจะทำได้ง่ายขึ้นหลังจากที่ความไม่แน่นอนในวิกฤตปัญหาต่างๆ นั้นเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมครับ
อย่างล่าสุดนั้น เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินของสภาคองเกรส สหรัฐ ย้ำว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยภายในปี 2015 นี้แน่นอน ด้วยความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งเฟดยังเชื่อว่าปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายนอกสหรัฐนั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ ต่อสหรัฐได้
ก็ยิ่งเป็นการสร้างความชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นในครึ่งปีหลังนี้เศรษฐกิจโลกจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
อย่างแรก คือ การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ นักลงทุนมองกันว่าอาจจะมาถึงในราวเดือน ก.ย.นี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อดอกเบี้ยสหรัฐขาขึ้นนั้น แน่นอนว่าจะดึงกระแสทุนไหลกลับไปยังสหรัฐอย่างรุนแรง ไม่ว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม และนั่นคือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตลาดทุนและค่าเงินของประเทศโลกกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
อย่างที่สอง คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ในปีนี้อย่างไรเสียเศรษฐกิจจีนแดนมังกรก็ไม่น่าจะโตได้เกิน 7% พร้อมๆ กับความเปราะบางที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นจีน ทั้งนี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะดึงเอาการเติบโตของทั้งเอเชียวูบลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน
อย่างที่สาม คือ ปัญหาค่าเงินอันเป็นผลพวงจากภาวะทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จากผลกระทบการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับปัญหานี้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และอาจจะทำให้มูลค่าการนำเข้าพลังงานของประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันจากต่างประเทศนั้นมีมูลค่าที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่าอิหร่านและมหาอำนาจ 6 ฝ่าย จะบรรลุข้อตกลงกันได้แล้ว และจะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน และจะทำให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้อย่างเต็มกำลังนั้น แต่ทว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรจะยังไม่มีผลในทันที คาดว่าน่าจะเป็นปีหน้าครับที่อิหร่านจะกลับมาส่งออกน้ำมันได้เต็มที่อีกครั้ง ดังนั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังไม่ได้รับผลกระทบนัก
ดังนั้น จากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งขึ้น ซึ่งทำให้ค่าเงินหลายชาติอ่อนตัวลง ประกอบกับราคาน้ำมันที่จะยังไม่น่าลดต่ำลงอีกในระยะนี้ จะยิ่งสร้างความลำบากให้กับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ครับ







