
สื่อนอกจับตาภัยแล้งไทย
สถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้ได้รับความสนใจจากสื่อหลายสำนัก โดยล่าสุดสำนักข่าวเอพีได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมารายงานเช่นเดียวกัน โดยเกาะติดสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่รัฐผู้เกี่ยวข้อง
สถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้ได้รับความสนใจจากสื่อหลายสำนัก โดยล่าสุดสำนักข่าวเอพีได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมารายงานเช่นเดียวกัน โดยเกาะติดสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้เกี่ยวข้อง
สำนักข่าวเอพีเปิดเผยอ้างนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า สถานการณ์ภัยแล้งดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดใช้น้ำในภาคการเกษตรไว้ก่อน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ยังมีน้ำเหลือเพียงพอในท่ามกลางภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษนี้
“การช่วยเหลือให้ประชาชนอยู่รอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก ต้องทำให้การดำรงชีพกับภาคการเกษตรอยู่รอดให้ได้ แต่หากไม่สามารถช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมได้ ก็ต้องยอมรับ เนื่องจากประชาชนสำคัญกว่า แม้ว่าจะรู้สึกสงสารชาวเกษตรกร แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มาก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เอพีรายงานอีกด้วยว่า รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่รัฐและทหารออกไปห้ามไม่ให้ชาวนาสูบน้ำที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนเพื่อไปใช้ในที่เพาะปลูกของตัวเอง แม้รัฐบาลจะขอให้ชาวนาในภาคกลางชะลอการปลูกข้าวไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ วิกฤตภัยแล้งของไทยเกิดขึ้นภายหลังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เริ่มหน้าฝนอย่างเป็นทางการเมื่อปลายสัปดาห์ของเดือน พ.ค. ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตามคาดว่าฝนจะตกอีกทีในเดือน ส.ค.
ไขณะเดียวกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจากภัยแล้งว่า เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางจะสูญเสียรายได้ถึง 6 หมื่นล้านบาท
ด้าน กามประปานครหลวง(กปน.) เปิดเผยว่า ได้ชะลอการผลิตน้ำประปาลงตั้งแต่เดือน พ.ค. และยังเตือนด้วยว่า ปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคประจำวันในขณะนี้จะเพียงพอสำหรับการใช้เพียงแค่ 30 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ยืนยันว่า ภัยแล้งดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ
สอดคล้องกับ รมว.มหาดไทย และกรมชลประทาน ที่ยืนยันว่า กรุงเทพฯ จะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอจนกว่าฝนจะตกรอบต่อไป และยังสามารถควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวได้อยู่
อย่างไรก็ตาม เอพีระบุว่า จากการยืนยันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯ มีแนวโน้มจะได้รับการช่วยเหลือจากทางการมากกว่าพื้นที่ชนบท ส่งผลให้อีก 5 หมื่นครอบครัว ในจังหวัดข้างเคียงต้องลำบาก และน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของภาคกลางในไทย จะกักเก็บไว้ใช้สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น และปทุมธานีจะขาดน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาภายในสัปดาห์นี้
นุชนาฏ เอี้ยวสกุล ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาธัญบุรี ระบุว่า ปทุมธานีไม่สามารถผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาผลิตน้ำประปาได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในกรุงเทพฯ แต่การประปาได้หาทางออกไว้แล้วเพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำในครั้งนี้แล้ว







