posttoday
เศรษฐกิจเฉา แต่หนี้ครัวเรือน บานฉ่ำ

เศรษฐกิจเฉา แต่หนี้ครัวเรือน บานฉ่ำ

17 กรกฎาคม 2558

ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะย่ำแย่กว่าครึ่งปีแรก หลังจาก สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาเปิดเผยการประมาณการเศรษฐกิจล่าสุดของกระทรวงการคลังว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ 2.6% เท่านั้น โดยทั้งปียังคาดว่าจะโตได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดที่ 3%

ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะย่ำแย่กว่าครึ่งปีแรก หลังจาก สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาเปิดเผยการประมาณการเศรษฐกิจล่าสุดของกระทรวงการคลังว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ 2.6% เท่านั้น โดยทั้งปียังคาดว่าจะโตได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดที่ 3%

จากตัวเลขที่ รมว.คลัง ออกมาเปิดเผย ทำให้พอแกะได้ว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะขยายตัวได้ประมาณ 3.4% หลังจากนั้นหรือนับตั้งแต่เดือนนี้เศรษฐกิจก็จะเริ่มอ่อนแรงลงอีก ทำให้ครึ่งปีหลังขยายตัวได้ย่ำแย่อาการสาหัสกว่าครึ่งปีแรก

สาเหตุสำคัญ คือ การส่งออกของไทยที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีสัดส่วนถึง 74-75% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เจอมรสุมเศรษฐกิจทำให้เครื่องยนต์ดับสนิท คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวติดลบถึง 1.7% ต่อปี โดยในครึ่งปีหลังการส่งออกจะขยายตัวติดลบ 1.3%

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาภัยแล้งรุนแรงเข้ามาผสมโรง ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกได้ รายได้เกษตรหดหาย การบริโภคหดตัว คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะโตได้ 2-3% เท่านั้น เช่นเดียวกันกับการลงทุนภาคเอกชนที่ยังขาดความเชื่อมั่นทั้งการบริหารงานของรัฐบาลและภาวะเศรษฐกิจก็โตได้ในระดับเดียวกัน

การบริโภคภาคเอกชนทั้งหมดเป็นตัวซ้ำเติมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังให้อาการหนักมากขึ้น ส่งผลให้ลำพังการเบิกจ่ายภาครัฐเพียงตัวเดียวไม่สามารถอุ้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังได้อีกต่อไป แม้ว่ากระทรวงการคลังจะคาดว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะขยายตัวทั้งปีสูงกว่า 15% แต่เมื่อเทียบสัดส่วนมูลค่าที่มีเพียง 22-23% เท่านั้น

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่ทำท่าจะดี แต่เมื่อจีนมีปัญหาเศรษฐกิจขยายตัวได้ลดลง ตลาดหุ้นมีปัญหาผันผวน ทำให้รายได้ของคนในประเทศจีนกระทบกับการตัดสินใจที่จะเข้ามาเที่ยวในไทย ที่เป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญลดน้อยลงไปด้วย

ปัญหาภาพใหญ่ของเศรษฐกิจที่มีแต่ทรงกับทรุดยังหาทางฟื้นอย่างเข้มแข็งไม่เจอ ทำให้กระทบกับเศรษฐกิจฐานรากอย่างหนัก โดยเฉพาะคนมีรายได้น้อยและยากจน เกษตรกรที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เพราะเศรษฐกิจหดรายได้ของคนฐานรากหาย ทำให้ไม่พอกับรายจ่าย ลามไปถึงไม่มีเงินชำระหนี้ กลายเป็นหนี้เสียในสถาบันการเงินต่างๆ เพิ่มขึ้น

ธนาคารโลกออกมาประเมินว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ลดลงและปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องจับตา ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสังคม ซึ่งภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยการเพิ่มสภาพคล่องให้กับเกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียน สร้างรายได้เพื่อให้เพียงพอกับรายจ่ายและชำระหนี้

ด้าน ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่ารายได้ของเกษตรกรที่ลดจากระดับ 1.45-1.49 หมื่นบาท/เดือน มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นบาท/เดือน และหนี้ครัวเรือนของไทยที่สูงถึง 80% ของจีดีพี ทำให้การบริโภคและการใช้จ่ายของประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนีไม่พ้น

จะเห็นว่าเศรษฐกิจทรุดผสมโรงกับภัยแล้ง นอกจากทำให้การใช้จ่ายในการบริโภคสะเทือนแล้ว ยังทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กลับมาเป็นเงาร้ายของเศรษฐกิจอีกรอบ

ในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 หนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จากนโยบายของรัฐบาลที่เร่งให้ประชาชนใช้จ่าย โดยเฉพาะโครงการรถคันแรกที่มียอดใช้สิทธิประมาณ 1 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ
ซื้อเงินผ่อน หากคิดเฉลี่ยที่ลดราคาคันละ 5 แสนบาท เท่ากับว่ามีหนี้ครัวเรือนจากการซื้อรถเพิ่มขึ้นถึง 5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หนี้ครัวเรือนของไทยก็เริ่มทรงตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากหมดมาตรการรถคันแรก และรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีนโยบายเร่งให้ประชาชนใช้จ่ายโดยการสร้างหนี้โดยไม่จำเป็น

แต่ทว่าเมื่อเศรษฐกิจแย่กว่าที่คิดและปัญหาภัยแล้งรุนแรงกว่าที่คาด ทำหนี้ครัวเรือนของไทยเริ่มขยับขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในแง่ของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่จะปรับเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจขยายตัวได้ลดลง ถึงแม้ให้จำนวนหนี้เท่าเดิม ก็ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ยิ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดไว้ว่าจะโต 3% เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะหลายสำนักทางเศรษฐกิจก็เริ่มประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโตต่ำกว่า 3% ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ 2.8% ต่อปี และล่าสุดบริษัท ภัทร ก็ออกมาประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 2.5% ต่อปี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยก็หนี้ไม่พ้นที่จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การที่ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีรายได้น้อยและยากจนล่าช้า ยิ่งทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมีปัญหาลุกลามจากหนี้ดีกลายเป็นหนี้เสีย แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน พักหนี้ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

สำหรับการให้สินเชื่อใหม่เพิ่ม ก็เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากโดยการให้สร้างหนี้ ยิ่งจะซ้ำเติมให้หนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้น ส่วนการแจกเงินให้เกษตรกร รัฐบาลก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้ผล เพราะการให้ยาไม่ถึงและล่าช้า

ปัญหาหนี้ครัวเรือนปลายปี 2557 ที่ผ่านมาที่เกิดจากรถคันแรก ถือได้ว่าเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนของชนชั้นกลาง แต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เริ่มส่งสัญญาณร้ายจะเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนของคนที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก หากรัฐบาลไม่เร่งตัดไฟแต่ต้นลม จะทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยแพร่ขยายกว้างและแก้ไขได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะผลักดันมาตรการออกมาแก้ไขเศรษฐกิจรากหญ้าให้เป็นรูปธรรมและรวดเร็วมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด