posttoday
บทเรียนจากโคราช ฝนตกหนักแต่น้ำไม่เข้าเขื่อน

บทเรียนจากโคราช ฝนตกหนักแต่น้ำไม่เข้าเขื่อน

17 กรกฎาคม 2558

ฝนที่ตกกระหน่ำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ติดต่อกันหลายวันตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.ค.

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

ฝนที่ตกกระหน่ำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ติดต่อกันหลายวันตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.ค. ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาในภาวะภัยแล้งกระทบอย่างรุนแรงเช่นนี้ อาจทำให้เบาใจได้ว่า มีน้ำบรรเทาแล้ง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

สงัด สายใหม่ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนที่ตกหนัก เกิดจากสภาพอากาศลักษณะของลมมีแนวปะทะเกิดการยกตัวของอากาศ ช่วยบรรเทาพื้นที่การเกษตรหลายอำเภอของ จ.นครราชสีมา ที่กำลังประสบภัยแล้งได้ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยในวันที่มีปริมาณฝนที่ตกลงมามากที่สุด คือวันที่ 13 ก.ค. วัดปริมาณน้ำฝนรวมได้มากถึง 1,045 มิลลิเมตร (มม.) ซึ่งพื้นที่ที่มีฝนตกหนักได้แก่ อ.เมืองนครราชสีมา วัดได้ 104.3 มม.อ.โนนไทย 42.9 มม. อ.สูงเนิน 33.5 มม. อ.ห้วยแถลง 46.2 มม. อ.หนองบุญมาก 83.8 มม. อ.เฉลิมพระเกียรติ 70 มม. อ.จักราช 67 มม. อ.ลำทะเมนชัย 70 มม. อ.เมืองยาง 42.2 มม. และ อ.บัวลาย 40.9 มม.

แม้ฝนจะตกในปริมาณมากและช่วยเหลือพื้นที่เกษตรให้ยืดเวลาไปได้อีก 2 สัปดาห์ แต่หลังจากนั้น หากยังไม่มีฝนตก สถานการณ์ก็กลับสู่ภาวะเสี่ยงอีกครั้ง

สุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จ.นครราชสีมา ซึ่งรับผิดชอบเขื่อนลำตะคอง แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.นครราชสีมา บอกว่า ปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าเติมปริมาณน้ำภายในเขื่อน ตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.ค. มีน้อยมาก เพียงแค่ 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งน้อยกว่าคาดการณ์ไว้ เนื่องจากฝนตกลงมาในพื้นที่ท้ายเขื่อนเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งสภาพดินที่แห้งแล้งก็เป็นอุปสรรค

“ฝนทิ้งช่วงมานานทำให้ดินแห้ง เมื่อฝนตกลงมาก็จะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้ดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัวจึงจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อน”

แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปริมาณภายในเขื่อนยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าห่วง น้ำใช้การภายในเขื่อนลำตะคองมีเหลืออยู่เพียง 51 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 16% ของความจุ โดยเขื่อนลำตะคองยังต้องระบายน้ำออกไปรักษาระบบนิเวศและการอุปโภคบริโภค เฉลี่ยวันละ 4.3 แสน ลบ.ม.

นพดล พุ่มกันภัย ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขานครราชสีมา รับผิดชอบการผลิตประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา และเฉลิมพระเกียรติ รวมกว่า 2.5 หมื่นคน บอกว่า  ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง 2-3 วัน ไม่ได้ทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ไหลลงที่นาของชาวบ้านทั้งหมด

“น้ำดิบในบ่อพักที่บ้านโนนไม้แดงเหนือ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ เหลือใช้ได้ 1 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น คงใช้ไปได้อีก 1 เดือน ได้ปรับแผนการจ่ายน้ำยืดการใช้น้ำดิบให้ใช้ได้นานที่สุดจนกว่าจะมีฝนตกลงมา โดยปรับลดแรงดันน้ำจากเดิมผลิตประปาวันละ 2.7 หมื่น ลบ.ม. เป็น 2 หมื่น ลบ.ม. ส่วนกลางคืนปรับลดลงอีกเหลือ 1.8 หมื่น ลบ.ม. ซึ่งไม่กระทบกับผู้ใช้น้ำ” ผู้จัดการ
การประปาสาขานครราชสีมา กล่าว

บทเรียนที่เกิดขึ้นกับ จ.นครราชสีมา เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องนำมาทบทวนเตรียมการ เพราะหากช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ มีฝนตกลงมา แต่น้ำยังไหลเข้าเขื่่อนได้น้อย ก็อาจทำให้สถานการณ์ภัยแล้งมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท