
เราไม่ฟังคำสั่งรัฐ แอบสูบน้ำเพราะต้องเอาตัวรอด
มาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อให้มีน้ำใช้ถึงเดือน ส.ค. คือ งดทำนาปรัง ลดการระบายน้ำจากเขื่อน หรือตัดน้ำชาวนา
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
มาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อให้มีน้ำใช้ถึงเดือน ส.ค. คือ งดทำนาปรัง ลดการระบายน้ำจากเขื่อน หรือตัดน้ำชาวนา พร้อมกับเรียกร้องให้เกษตรกรงดลักลอบสูบน้ำเข้าที่นา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวนาไม่เชื่อคำขอร้องรัฐบาล เพราะเกรงพืชผลการเกษตรที่ปลูกไปแล้วจะเสียหาย
กิตติ ชอุ่มพันธุ์ เกษตรกร ต.ศาลาแดง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ชาวนากำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอสูบเข้าสู่พื้นที่การเกษตรมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้ขณะนี้มีชาวนาบางส่วนแอบสูบน้ำจากคลองสิบห้าเข้าที่นา แม้ภาครัฐจะขอร้องให้งดการทำนาปรังออกไปก่อน แต่ชาวนาได้เริ่มปลูกข้าวมาตั้งแต่เดือน พ.ค. หากไม่ลักลอบสูบน้ำเข้าสัก 1-2 ชั่วโมง/วัน พืชผลการเกษตรจะแห้งตายหมด
ทั้งนี้ จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นพื้นที่รับผลกระทบรอบด้าน เช่น ฤดูน้ำมากก็จะเกิดภาวะน้ำท่วมขัง ส่วนในช่วงแล้งน้ำในลำคลองจะแห้งขอดไม่พอใช้ จึงอยากขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ขุดลอกคลองเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้ดี โดยหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วจะรอดูก่อนว่ามีน้ำให้ใช้ได้หรือไม่ ถ้าหากยังแล้งอยู่ก็จะพักการทำนาออกไป
“ที่ผ่านมามีน้ำให้เพาะปลูกตลอด เพราะอยู่ริมคลองชลประทาน ทำให้ชาวนาต่างคนต่างปลูกข้าว แต่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงนาน ชาวนาเริ่มเดือดร้อนแย่งสูบน้ำกันเอง ต่างคนต่างเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ให้ทำอย่างไรได้เพราะลงทุนไปแล้ว ไม่ให้ชาวนาทำนาแล้วจะเอาอะไรกิน ตอนนี้ลุ้นว่าจะมีน้ำมาหรือไม่ ถ้ายังไม่มีผมก็เริ่มทุรนทุรายเหมือนกัน” กิตติ กล่าว
ปรีชา เหมกรณ์ ประธานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาเดือดร้อนมาก ถ้าหากไม่มีน้ำในคลองหลังจาก 1 สัปดาห์ต่อจากนี้ ข้าวที่ปลูกไว้จะแห้งตายหมดทั้งแขวงคลองสิบสอง ไปจนถึงเขตหนองจอก รวม 11 หมู่บ้าน ซึ่งจากเดิมมีน้ำให้ใช้ปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี
“ตอนที่รัฐบาลสั่งให้ชะลอการทำนาออกไป พวกเราไม่ได้ชะลอตามคำสั่ง เพราะเรามีน้ำจากคลองชลประทานตลอดปีจึงปลูกข้าวกันทั้งตำบล เหตุผลที่ชาวนาไม่ฟังคำสั่งรัฐ ไม่ใช่เพราะดื้อรั้น แต่เป็นเพราะชาวนามีอาชีพทำนาไม่รู้จะทำอะไรนอกจากการปลูกข้าว เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางไม่เหมาะปลูกต้นไม้ยืนต้น ทำให้ชาวบ้านไม่ได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งมากแบบนี้ ทุกวันนี้ทำได้แค่ภาวนาขอให้ฝนตก ถ้าน้ำไม่มาชาวนาก็ขาดใจ” กิตติ กล่าว
อีกด้านสำหรับแผนแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการเจาะบ่อบาดาล เริ่มมีปัญหาในบางพื้นที่
สยาม วงษ์เส็ง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท กล่าวว่า ปัจจุบันคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ทำประปาหมู่บ้านของ ต.บ้านเชี่ยนจำนวน 12 หมู่บ้าน แห้งขอดลงมากว่า 2 เดือน ทำให้กระทบต่อการผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องใช้การสูบน้ำจากบ่อบาดาลน้ำตื้นที่มีอยู่นำน้ำขึ้นมาใช้ผลิตน้ำประปาแทน แต่น้ำบาดาลก็มีขีดจำกัด คือ ทั้งเรื่องของกลิ่น สี รส ที่เมื่อน้ำบนผิวดินเริ่มแห้ง น้ำใต้ดินก็จะมีสีขุ่น คาดว่าอีกไม่เกิน 30 วัน บ่อบาดาลจำนวนมากก็อาจจะแห้งจนสูบไม่ขึ้น
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แถลงว่า การจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรระยะเร่งด่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่างรวม 15 จังหวัด ได้กำหนดเป้าหมายเจาะน้ำบาดาล 511 บ่อ ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 415 บ่อ หรือ 81% และเป้าหมายในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ำของบ่อสังเกตการณ์ 380 บ่อ ดำเนินการแล้ว 202 บ่อ ขณะนี้สามารถสูบน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ 2.3 แสนลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 6 หมื่นไร่ รวม 2,000 ครัวเรือน โดยภายในสิ้นเดือนนี้จะต้องทำให้ทันตามเป้าหมายที่กำหนดไว้







