posttoday
กมธ.เตรียมส่งร่างรธน.พร้อมร่างกม.ปฏิรูปให้สปช.

กมธ.เตรียมส่งร่างรธน.พร้อมร่างกม.ปฏิรูปให้สปช.

16 กรกฎาคม 2558

กมธ.ยกร่างฯผุดไอเดียมัดใจสปช. ส่งร่างกม.ปฏิรูปพร้อมร่างรธน.ให้พิจารณา พ่วงตัดอำนาจขอเสนออภัยโทษออกจากรธน.

กมธ.ยกร่างฯผุดไอเดียมัดใจสปช. ส่งร่างกม.ปฏิรูปพร้อมร่างรธน.ให้พิจารณา พ่วงตัดอำนาจขอเสนออภัยโทษออกจากรธน.

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในภาคของการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง โดยคณะกมธ.ยกร่างฯเห็นชอบร่วมกันว่าในส่วนนี้จะมีคณะกรรมการที่จะมาทำหน้าที่ปฏิรูปและการสร้างความปรองดองเป็นระดับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่งจะไปพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งในสัปดาห์หน้าว่าแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง การจัดตั้งสภาปฏิรูปและสร้างความปรองดอง และกรรมการในด้านต่างๆว่าควรจะมีโครงสร้างอย่างไร

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาของการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองจะบัญญัติไว้ในหมวดปฏิรูปและสร้างความเป็นธรรม โดยจะมีเพียง 4 มาตรา ซึ่งเป็นการยุบรวมจากหมวดปฏิรูปตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีอยู่เดิม 15 มาตรา ทั้งนี้จะเป็นเพียงการคงไว้เฉพาะหัวข้อและแนวทางในการที่เราอยากเห็นการปฏิรูปดำเนินไปในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดิน การป้องกันและปราบปรามการทุจริต การศึกษา สาธารณสุข สังคมและวัฒนธรรม การปฏิรูปเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผังเมือง พลังงาน และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งหมดนี้จะอยู่ใน 4 มาตรา ขณะที่เนื้อหาอื่นๆที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯได้จัดตั้งคณะอนุกมธ.ยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปและการปรองดอง โดยจะมีผู้แทนจากคณะกมธ.ปฏิรูป18ด้านของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นอนุกมธ.ด้วย ซึ่งจะจัดทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ส.ค.นี้

ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ยกร่างฯจะส่งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้กับสปช.ภายในวันที่ 22 ส.ค. โดยการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้กับสปช.มีเหตุผลเพื่อให้สปช.ได้เห็นภาพกว้างของการปฏิรูปควบคู่ไปกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งสปช.จะลงมติเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในหมวดสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงหลักการเดิมเอาไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะการกำหนดให้มีการทำประชามติสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนก่อน หากมีกรณีที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นหลักการพื้นฐานสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1.หลักประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพพลเมืองในทางการเมือง 2.โครงสร้างของสถาบันการเมือง 3.กลไกเพื่อรักษารักวินัยการเงิน การคลัง และ การงบประมาณ 4.สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 3 เรื่องหลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 5.สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 4 เรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และ 6.หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม คณะกมธ.ยกร่างฯก็ได้มีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การกำหนดให้ในทุก 5 ปีนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายละหนึ่งคนจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ประกอบกันเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระประเมินผลการใช้บังคับรัฐธรรมนูญ โดยมีระยะเวลาทำงาน 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่แต่งตั้ง และในกรณีที่คณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระดังกล่าวเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปและประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วย

สำหรับวาระการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯในวันที่ 17 ก.ค. พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า จะเป็นการพิจารณามาตราที่ชะลอการพิจารณาไว้ก่อนหน้านี้ที่มีอยู่ประมาณ 6-7 เรื่อง เช่น เรื่องเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา คณะกรรมการสรรหาสว. การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งใหม่หากเกิดกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ได้คะแนนรับเลือกตั้งน้อยกว่าคะแนนผู้ประสงค์ลงคะแนน รวมไปถึงบทเฉพาะกาล ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯตั้งใจทำให้เสร็จสิ้นในวันที่ 17 ก.ค.แต่หากเสร็จไม่ทันก็ประชุมไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.ต่อไป

เมื่อถามว่า เรื่องอำนาจการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษของคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างครามปรองดองแห่งชาติที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกจะไปอยู่ในส่วนใด พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า คงจะไม่มีการบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะคณะกมธ.ยกร่างฯจะไม่กำหนดเรื่องเหล่านั้น

ด้าน นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯยังเห็นร่วมกันว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านสปช.ไปสู่การลงประชามติของประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรได้รับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป นำไปพิจารณาควบคู่กันไปเช่นเดียวกับสปช.ก่อนตัดสินใจลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน

นพ.ชูชัย กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปว่า มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งได้มีการพิจารณาเป้าหมาย ทิศทาง และสาระหลักการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่ต้องบัญญัติไว้ในหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ทำให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีการเพิ่มเติมจากเดิมคือให้มีการปฏิรูปองค์กรที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และให้มีการปฏิรูประบบ โครงสร้าง องค์กร และกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมความเป็นเมืองและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ผู้แทนของกมธ.ปฏิรูป 18 คณะของสปช.ได้เสนอรายละเอียดในการปฏิรูปแต่ละด้านกำหนดในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปเพิ่มเติม จนมีความชัดเจนและครบถ้วนยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท