posttoday
น้ำแล้งแล้วอย่าให้มีวันไฟดับเลย

น้ำแล้งแล้วอย่าให้มีวันไฟดับเลย

16 กรกฎาคม 2558

โดย...น.ต.วรวิทย์

โดย...น.ต.วรวิทย์

ปัญหาน้ำแล้งมีคนเตือนไว้ตั้งแต่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้างแล้ว ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครเชื่อนัก แต่วันนี้เราคงเห็นภาพของน้ำในเขื่อนหรือท้องทุ่งนาที่มีต้นข้าวยืนต้นแห้งตาย เหลือแต่เพียงน้ำตาของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรชาวนา แล้วเมื่อไรหนอประเทศไทยจะหลุดพ้นจากปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง วนเวียนซ้ำซากอย่างนี้ซะที บางท่านเสนอทางแก้ด้วยหลัก เหนือกัก (ไว้ให้สูง) กลางเก็บ (ให้นาน) ท้ายปล่อย (ลงทะเล)

ตอนนี้เมื่อเห็นน้ำแล้งแล้วเกิดฉุกคิดเทียบกันว่าแล้วถ้าไฟดับ ซึ่งหมายถึงแค่มีไฟฟ้าไม่พอใช้ตามวิถีชีวิตปกติในปัจจุบัน เช่น โทรศัพท์มือถือของเราแบตหมด หาที่ชาร์จไฟไม่ได้หรือไม่มีแบตเตอรี่สำรอง เราอาจหงุดหงิด หรือทำอะไรไม่ได้ไปอีกหลายอย่าง ในต่างประเทศมีคนถึงขนาดคลุ้มคลั่งก็มีมาแล้ว

ความสำคัญเรื่องนี้อยู่ที่ทุกประเทศต้องมีและรักษาระดับของความมั่นคงทางพลังงานที่ดีพอ นั่นคือรัฐจะต้องพร้อมสนองตอบความต้องการใช้พลังงานให้กับประชาชนของตนได้ ในระดับราคาที่สามารถจ่ายได้ ในส่วนของพลังงานไฟฟ้านั้น ไทยเราใช้ไฟฟ้าสูงสุดถึงวันละ 2.6 หมื่นเมกะวัตต์ แบ่งเป็นใช้เพื่ออุตสาหกรรม 52% ที่อยู่อาศัย 27% ธุรกิจ 18% อื่นๆ 2.8% และเกษตรกรรม 0.2%

ต้องมองลึกลงไปอีกว่า เราใช้ก๊าซธรรมชาติน้ำมันและถ่านหินมากถึง 91.4% (ใช้ก๊าซสะอาดมาเผาเป็นไฟฟ้า) ใช้จากน้ำเพียง 5.7% เพราะน้ำในเขื่อนไม่เสถียรพอและมุ่งตอบโจทย์เพื่อภาคเกษตรเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการผลิตไฟฟ้า ที่เหลือจะมาจากพลังงานทางเลือก เช่น ชีวมวล ขยะ แสงอาทิตย์ ลม น้ำจากคลื่นในทะเล ส่วนสุดท้ายคือการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีสัญญากับ สปป.ลาว 7,000 เมกะวัตต์ จากเมียนมา 1,500 เมกะวัตต์ และจากจีนอีก 3,000 เมกะวัตต์

ภาครัฐรับมือด้วยแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2553-2573 (PDP 20 ปี) ที่กำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงต่างๆ มาผลิตไฟฟ้าคือ จากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 5% นิวเคลียร์ไม่เกิน 10% ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านไม่เกิน 25% ปัญหาใหญ่คือต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนนั้นแพง นิวเคลียร์เลิกพูดเลยไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ในอาเซียนมีโครงการเชื่อมโยงระบบขนส่งไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid เริ่มตั้งแต่ปี 2543 และจะบรรลุตามวิสัยทัศน์ในปี 2563 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน ซึ่งจะสร้างความ
คุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้มากถึง 6 หมื่นล้านบาท

ปัญหาของไทยคือ ปัจจุบันอัตราการใช้ไฟฟ้าลดลง โดยเติบโตไม่ถึง 4% ตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะเหตุน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 เศรษฐกิจชะลอต้วจากปัญหาการเมืองเรื่อยมา และยังมีสัญญารับซื้อไฟจากเอกชนที่ทำโซลาร์เซลล์ 2,800 เมกะวัตต์ และ IPP (Independent Power Producer) อีก 5,000 เมกะวัตต์ รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าของ กฟผ.เองด้วย

ทั้งนี้ คาดกันว่าในปี 2573 ไทยจะมีความต้องการใช้ไฟสูงถึง 5 หมื่นเมกะวัตต์ บวกต้องสำรองอีก 15% แต่จะผลิตได้เพียง 1.7 หมื่นเมกะวัตต์ เพราะโรงไฟฟ้าเก่าถูกปลดระวาง ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติหมด คำถามคำโตคือ แล้วจะทำอย่างไรให้ไทยเกิดความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าได้ ผมเองเห็นทิศทาง ดังนี้

ในระยะสั้นต้องลดการใช้ก๊าซและน้ำมันมาเผาเป็นไฟฟ้า เพราะเสียดายความบริสุทธิ์ของเชื้อเพลิงและเป็นตันทุนที่สูง และโดยเร่งสร้างความมั่นใจในการใช้ถ่านหินมากขึ้น เพราะแม้ในเมืองเศรษฐกิจระดับโลก เช่น เบอร์ลินหรือแฟรงก์เฟิร์ตในเยอรมนี ยังมีโรงไฟฟ้าจากถ่านหินตั้งอยู่ใจกลางเมืองได้

ระยะกลาง กฟผ. ควรขยายงานไปในธุรกิจงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า การให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง รวมถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมไปถึงการจัดการทางการเงิน และอาศัยจุดที่ไทยมีระบบการผลิตการเชื่อมและจ่ายไฟได้ทั่วประเทศด้วยศูนย์ควบคุม 5 แห่ง พัฒนาต่อยอดให้มีความพร้อมของระบบการจำหน่ายด้วย เพื่อขับเคลื่อนให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและซื้อขายไฟฟ้าในอาเซียนต่อไป

ส่วนต่อไปคือ ต้องเพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอย่างในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ช่วงไหนที่น้ำแข็งละลายนอร์เวย์จะมีน้ำมาก สวีเดนก็จะใช้ไฟจากนิวเคลียร์น้อยลง แล้วไปซื้อไฟจากนอร์เวย์แทน คล้ายเมียนมาที่มีหิมะจากเทือกเขาหิมาลัยผ่านลงมาที่แม่น้ำสาละวิน หรือในสปป.ลาว ที่มีปริมาณน้ำฝนมากสม่ำเสมอ

ปัจจุบันการคาดการณ์ต่างๆ มักจะคลาดเคลื่อน จึงควรเตรียมตัวและปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นและมีแผนสำรองเชิงปฏิบัติ เพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ไทยมีเสน่ห์ของการเป็นฮับในเรื่องต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การสื่อสาร คมนาคมขนส่ง การแพทย์และสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องถ้าต้องการไฟฟ้าเมื่อไหร่ต้องมีทันที ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายและไทยควรต้องอยู่บนฐานการร่วมกันผลิตและร่วมกันใช้แบบให้เกียรติ ซึ่งกันและกันรวมถึงใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้เรามิได้กำลังทำเพื่อแข่งขัน แต่ทำเพื่อการแบ่งปันด้วยมิตรภาพที่งดงามยั่งยืนจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท