
สั่งผู้ว่าฯ รับมือชัตดาวน์น้ำ ‘รอยล’หวั่นเขื่อนทรุด
ภายหลังคณะรัฐมนตรีให้ลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนลงเหลือ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
ภายหลังคณะรัฐมนตรีให้ลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนลงเหลือ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เริ่มวันที่ 16 ก.ค.เพื่อประคองให้มีน้ำใช้ไปถึงกลางเดือน ส.ค. ทำให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องสั่งการหน่วยราชการเตรียมการรับมือเร่งทำความเข้าใจเป็นการด่วนกับเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องลงไปบริหารจัดการน้ำระดับพื้นที่ร่วมกับทหาร ตำรวจ กรมชลประทาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการชี้แจงชาวบ้านหลังจาก ครม.มีมติงดส่งน้ำทางการเกษตร
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาภาคอีสานมีแค่น้ำฝน จะมีแหล่งน้ำเป็นอ่างรองรับเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีวิธีบริหารจัดการ จึงอยากให้ผู้ว่าฯ หาทางออกเพื่อให้พืชสวนไม่เสียหายได้ ที่กังวลคือในภาคกลางตอนบนและตอนล่าง รวมทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ที่มีสวนมาก ผู้ว่าฯ ต้องดูแลอย่าให้เสียหาย ภายใต้การงดส่งน้ำทางเกษตร
สำหรับน้ำในการอุปโภคบริโภค เท่าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำรวจมา มีประปาหมู่บ้านทั้งหมด 61,601 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้อาจอยู่ได้ถึงกลางเดือน ส.ค. เป็นจำนวน 5.5 หมื่นหมู่บ้าน ยังเหลือที่วิกฤตอีก 5,601 หมู่บ้าน อาจจะใช้ได้ถึงปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือน ส.ค. ซึ่งผู้ว่าฯ ต้องลงไปดูแล เพราะว่าประปาในประเทศไทยในระดับหมู่บ้านกว่า 58% อยู่ในการควบคุมของผู้ว่าฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ค. มีฝนตกในหลายพื้นที่
“เมื่อคืนก็สวดมนต์ขอพระพิรุณ ขอให้ทุกคนและประเทศชาติปลอดภัย สงบสุข” นายกฯ กล่าว
ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจจะต้องทำงานร่วมกันในการทำความเข้าใจกับเกษตรกรหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ลดการระบายน้ำเหลือ 18 ล้าน ลบ.ม./วัน คาดว่า ช่วงวิกฤตจะอยู่ที่กลางเดือน ก.ค. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เมื่อชัตดาวน์น้ำแล้วจะทำให้ทราบปริมาณการใช้น้ำที่แท้จริงของทุกวันว่าอยู่ที่เท่าไร โดยเฉพาะในช่วงเริ่มมาตรการวันที่ 16 ก.ค. ที่จะต้องใช้เวลา 2-3 วัน จะสามารถเช็กจำนวนน้ำใช้ที่แท้จริง ฉะนั้นระหว่าง 3 วันนี้ต้องเข้มงวดที่สุดเพื่อให้ทราบปริมาณน้ำใช้
เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบการใช้น้ำเบื้องต้นพบว่า มีเกษตรกรระดมสูบเข้าไปกักเก็บสำรองกันไว้ตลอดลำน้ำทำให้น้ำที่ระบายออกมาไม่สามารถมาถึงปลายน้ำหรือผลักดันน้ำเค็มได้ จึงต้องมีมาตรการไม่ส่งน้ำภาคเกษตรและลดการระบายน้ำเพื่อรักษาน้ำเพื่อความมั่นคง
รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในเขื่อนมีน้อยสุดตั้งแต่สถาบันรวบรวมตัวเลข ซึ่งการระบายลดเหลือ 18 ล้าน ลบ.ม./วัน จะทำให้มีน้ำใช้งานได้ถึงประมาณกลางเดือน ส.ค.นี้ ในกรณีมีฝนตกเหนือเขื่อนเล็กน้อย และมีฝนตกในพื้นที่ภาคกลางช่วยพื้นที่การเกษตรพอไปได้
รอยล กล่าวว่า ขณะนี้น้ำเขื่อนภูมิพลอยู่จุดต่ำสุดแล้ว ไม่ทราบว่ากระทบความมั่นคงของตัวเขื่อนหรือไม่ ซึ่งตัวเขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนคอนกรีตต่างกับเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ต้องระวังเพราะตัวเขื่อนเป็นแกนดินเหนียว เมื่อมีปริมาณน้ำลดลงมากอาจกระทบความมั่นคงของตัวเขื่อน ก็เหมือนถนนแนวคลองชลประทานที่ทรุดตัวลงเพราะเป็นแกนดิน
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือเพียง 40 กว่าล้าน ลบ.ม. มีโอกาสขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เพราะวิกฤตอย่างนี้เคยเกิดในลุ่มเจ้าพระยาเมื่อปี 2548 แต่มีปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต่ำสุดร้อยละ 9 ขณะนี้เหลือร้อยละ 4 ดังนั้นต้องระวัง แต่ถ้าผ่านช่วงเดือนนี้ไปแล้วต้องดูด้วยว่ากลางเดือน ส.ค. ฝนจะมาแรงหรือไม่
รอยล กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนาเตรียมแก้มลิงอีก 2-3 แห่ง และแหล่งน้ำบ่อทราย จ.นครนายก ที่ขุดมาถมสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีปริมาณน้ำมาก ส่วนแก้มลิงอีก 2 แห่ง คือทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา และแก้มลิงที่ จ.สระบุรี ขอเวลาอีก 2 วันในการเตรียมให้พร้อมก่อนแถลง
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะพิจารณาแนวทางปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของประเทศ ระยะเวลา 10 ปี (2558-2569) โดยแผนระยะสั้นจะเริ่มทำตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2559 เน้นแก้ปัญหาน้ำขาดเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ให้มีประปาใช้ถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน ตั้งเป้าเข้าถึง 7,000 หมู่บ้าน เพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บน้ำ เช่น การขุดบ่อน้ำในไร่นาจากเดิม 5 หมื่นแห่ง เป็น 2 แสนแห่ง ทำพื้นที่แก้มลิง เป็นต้น







