ปรากฏการณ์คนกรุงผวา! "น้ำใช้ไม่กลัว กลัวไม่มีน้ำกิน"
สำรวจความหวาดหวั่นต่อวิกฤตภัยแล้งของคนกรุงที่ต่างพากันซื้อน้ำดื่มตุน
โดย...ฐานวัฒน์ พุทธิชีวิน
วิกฤตภัยแล้ง ณ ขณะนี้ถือเป็นปัญหาของชาติที่รัฐบาลก็ยังแก้ไม่ตกเสียที ภายหลังที่ยังไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนหลักในประเทศไทย ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในขั้นวิกฤต
ภาคประชาชนหลายส่วนได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตจึงเกิดปรากฏการณ์แห่ซื้อน้ำดื่มกักตุนไว้กันเหนียว อย่างที่เห็นกันตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆหลายแห่งในกรุงเทพฯ
จากการลงพื้นที่ไป โลตัส เลียบทางด่วนรามอินทรา และ โลตัส พระราม 4 พบมีประชาชนซื้อน้ำดื่มแพ็คขนาดลิตรมากกว่าปกติจนชั้นวางโล่ง หลายคนซื้อ น้ำรวม 5 แพ็คขึ้นไปไว้ตุนใช้
จิรายุ กุลวุฒิพงษ์ศักดิ์ พนักงานส่งของ บอกว่า การกักตุนน้ำมองได้สองด้าน คนกลุ่มหนึ่งคงซื้อไว้เพื่อใช้จริงๆ แต่อีกพวกที่ซื้อไปกักตุนก็อาจเพื่อขายต่อ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส แต่ส่วนตัวซื้อน้ำไปใช้ทุกเดือนอยู่แล้ว
"อยากฝากรัฐบาลว่า รัฐบาลก็รู้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วว่าน้ำจะแล้งปีนี้ แต่ช่วงแรกๆ ก็ปล่อยปละละเลยมาตลอด ชาวนาก็ยังปลูกข้าวกันอยู่เป็นปกติ ถึงแม้รัฐบาลจะเตือนชาวนาให้ชะลอปลูกข้าว แต่ชาวนาก็ไม่ฟัง ดังนั้นรัฐบาลก็ควรมีมาตรการจัดการปัญหาภัยแล้งให้ดีกว่านี้ และชาวบ้านก็ต้องช่วยร่วมมือกับรัฐบาลด้วย"
พิชญุตม์ ก้างเซ นักศึกษา เล่าว่า ปกติซื้อน้ำกักตุนไว้เป็นประจำ แต่ช่วงนี้อาจซื้อมากหน่อย คิดว่าปัญหาภัยแล้งน่าจะมาจากสภาวะโลกร้อน จึงทำให้ปริมาณน้ำมีจำนวนน้อยลง
ฐิตินันท์ จิตเจริญ ผู้จัดการสาขาโลตัสเลียบทางด่วนรามอินทรา กล่าวว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาประชาชนซื้อน้ำกักตุนเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากเพราะไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อนเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าน้ำดิบกำลังจะขาด ประชาชนก็เริ่มออกมาซื้อน้ำเพิ่ม มากขึ้น
พิมพร จันทรานุรักษ์ ลูกค้าที่มาซื้อน้ำดื่ม กล่าวว่า เหตุที่ต้องซื้อน้ำมากักตุนเพราะว่ากลัวน้ำประปาไม่สะอาด
"ไม่มีน้ำประปาใช้ยังไม่เท่าไร แต่ถ้าไม่มีน้ำดื่มคงเป็นเรื่องใหญ่ ยอมรับกลัวภาวะภัยแล้งมาก เพราะบ้านอยู่จังหวัดปทุมธานี ตอนนี้น้ำไหลน้อยมาก ตอนกลางวันจะไหลอ่อนทั้งวัน ตอนกลางคืนถึงจะไหลแรง มันมีผลต่อการใช้ชีวิต แต่ตอนนี้ไปซื้อถังเก็บน้ำมาสองถังเพื่อตุนน้ำเอาไว้แล้ว"
ขณะที่ เจ้าของหอพักรายหนึ่งย่านสาทร บอกว่า ซื้อน้ำเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ น้ำในหอตอนนี้เริ่มขาด แต่ไม่ได้กลัวว่าน้ำจะขาด แต่ซื้อกันไว้ก็ดีกว่าแก้
ชายวัยกลางคนอีกราย บอกว่า ซื้อน้ำดื่มตุนไว้ทุกเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่กังวลว่าน้ำจะขาดเพราะบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ และเชื่อว่ารัฐบาลก็ได้นิ่งนอนใจ เพราะได้รณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำและเตรียมการในมาตรการการบริหารน้ำมาอย่างดีแล้ว
อรทัย เหล่าวงศ์วัฒนา ที่มาหาซื้อน้ำเช่นกัน ให้ความเห็นว่า มาซื้อน้ำดื่มตุนไว้เพราะว่ากลัวน้ำจะประปาจะไม่สะอาด เนื่องจากอาจมีน้ำเค็มหนุน แต่ที่บ้านน้ำยังไม่ขาด อย่างไรก็ตามก็เตรียมการไว้ด้วยการตุนน้ำประปา แล้วก็ทยอยซื้อน้ำดื่ม และก็หยุดรดน้ำต้นไม้ใน
"ช่วงนี้ที่มาซื้อน้ำดื่มตุนไว้เพราะว่ากลัวน้ำจะประปาจะไม่สะอาด เพราะอาจมีน้ำเค็มหนุน จากสภาวะภัยแล้ง แต่ที่บ้านน้ำยังไม่ขาด ก็ต้องตุนน้ำประปาเอาไว้ใช้ เผื่อน้ำไม่มี และก็หยุดรถน้ำต้นไม้ในช่วงนี้" เธอบอก
สุนทร ยศสมศักดิ์ กล่าวว่า ซื้อน้ำกักตุนไว้เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาภัยแล้งสำหรับคนต่างจังหวัดถือว่าน่ากลัว แต่สำหรับคนกรุงเทพยังไม่เท่าไร ที่บ้านตอนนี้เวลาล้างภาชนะเสร็จก็เก็บน้ำไว้ใช้ต่อ โดยน้ำกินก็ซื้อน้ำกักตุนจากห้างสรรพสินค้าด้วยส่วนหนึ่ง และก็สั่งน้ำดื่มเป็นสิบๆลิตรเข้ามาด้วย
ด้าน เจ้าของหอพักย่านสาทรที่มาซื้อน้ำที่โลตัส ให้ความเห็นว่า มาซื้อน้ำเป็นปกติอยู่แล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดคือน้ำในหอตอนนี้เริ่มขาด
"ถ้าหากว่าน้ำขาดจริงๆก็คงจะต้องซื้อน้ำมาตุนเอาไว้ แต่ยังไม่ได้กลัวว่าน้ำจะขาดไปตลอด แต่ซื้อกันไว้ก็ดีกว่าแก้"
อัจฉรี ฤทัยยานนท์ ทำธุรกิจกลางคน กล่าวว่า ที่ต้องซื้อน้ำกักตุน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่น้ำมีการลดราคา ซึ่งบ้านที่อยู่สุขุมวิทเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว เพราะช่วงเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงไปจนถึงช่วงบ่ายน้ำไม่ไหลเลย ทำให้ต้องไปปั้มน้ำจากแทงค์น้ำมาใช้ก่อน
"กังวลเรื่องปัญหาภัยแล้งมาก เพราะที่บ้านเลี้ยงหมาหลลายตัว มีพื้นที่ๆปลูกต้นไม้เยอะ ถ้าไม่มีน้ำใช้ต่อไปจะเกิดผลกระทบหลายอย่างแน่ แต่ก็บอกแม่บ้านในบ้านว่าไม่ให้เปิดน้ำทิ้ง แล้วในการทำความสะอาดบ้าน ก็ให้ลดใช้แฟบ เพราะจะต้องใช้น้ำมากขึ้น น้ำที่เหลือจากการทำความสะอาดเสื้อผ้า ตอนนี้ก็เอามาใช้ถูพื้นทำความสะอาดอีกรอบหนึ่งเพื่อประหยัดน้ำ และน้ำที่เหลือจากการล้างผักผลไม้ก็เอาไปรดน้ำต้นไม้ด้วย วันนี้ได้คุยกับคนในบ้านทุกคนว่าเราต้องช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีใช้"
อีกฟากความเห็นจาก บริษัทด้านคาร์แคร์ เน้นการล้างรถย่านพระราม 4 เพ็ญพรรณ อตีรัตน์ ผู้จัดการ WAC Car Detailing กล่าวว่า ธุรกิจของเรายังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาภัยแล้ง เพราะน้ำที่เราใช้ในการล้างรถก็คือน้ำประปา ซึ่งตอนนี้ในกรุงเทพฯ น้ำประปายังไม่ขาด ถ้าลูกค้าที่มาใช้บริการกับเราก็ไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วจะมาใช้บริการ เราก็จำเป็นที่จะต้องให้บริการเขาต่อไป
"ถ้าเราจะประหยัดน้ำโดยการใช้น้ำล้างรถให้เขาน้อยลงก็คงไม่ได้ เพราะว่ารถก็จะไม่สะอาด แต่ปัญหาภัยแล้งก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจถ้าหากว่า ประชาชนไม่มีน้ำใช้และรู้สึกว่าต้องประหยัดน้ำ จึงไม่เอารถมาล้างกับเรา ถ้าเป็นแบบนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจล้างรถได้ เพราะลูกค้าก็คงน้อยลง"
อย่างไรก็ตามเธอเชื่อว่า ปัญหานี้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะพึ่งจะเกิดขึ้นมาได้ไม่นาน แต่หากอนาคตมีปัญหาน้ำไม่พอใช้ขึ้นมาจริงๆ ก็ได้เตรียมมาตรการรองรับเอาไว้ โดยการใช้สตรีมหรือไอน้ำล้างลดแทน ซึ่งจะเป็นการลดปริมาณการใช้น้ำลง และรถก็ยังสะอาดได้เหมือนเดิม


