
สนช.ตั้งกมธ.ซักถามปมถอด248สส.นัดประชุม6ส.ค.
สนช.จบแถลงเปิดสำนวนคดีถอดถอน 248 สส. พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม นัดประชุม6 ส.ค.นี้
สนช.จบแถลงเปิดสำนวนคดีถอดถอน 248 สส. พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม นัดประชุม6 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาดำเนินการถอดถอนอดีต สส. จำนวน 248 คนในช่วงบ่าย ตัวแทนของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา อาทิ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต สส.ขอนแก่น นายไชยา พรมมา อดีตสส.หนองบัวลำภู นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตสส.ชัยภูมิ นายวิทยา บูรณะศิริ อดีตสส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันกุล อดีต สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. โดยยืนยันว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้พิจารณานั้น เป็นร่างจริงที่รับรองจากสมาชิกรัฐสภาทั้ง 308 คน
ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันว่า ร่างดังกล่าวไม่ใช่ร่างปลอมหรือร่างของนายอุดมเดช รัตนเสถียน อดีตสส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เพียงคนเดียว และการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีการประชุมเพื่อประสานงานกันระหว่างวิปทั้ง 3 ฝ่ายตลอดเวลา ขณะเดียวกัน การกล่าวหาว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสว. ถือเป็นการล้มล้างการปกครอง จนนำไปสู่การถอดถอนถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง เพราะเป็นการประหารชีวิตกันในทางการเมือง และยังเป็นชนักติดหลังไปตลอด จึงอยากขอความเป็นธรรมจากสมาชิก สนช.ด้วย
จากนั้น นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าชาติพัฒนา ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงว่า อยากให้สนช.พิจารณาด้วยความเป็นกลาง บนพื้นฐานจากข้อเท็จจริง เพราะชาติพัฒนาเป็นพรรคขนาดเล็ก มีสส.เพียง 7 คนที่ได้โอกาสเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อพรรคแกนนำรัฐบาลประสานงานที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวก็ต้องดำเนินการตามพรรคแกนนำ และในฐานะหัวหน้าพรรคจึงได้เชิญกรรมการบริหาร และสส.ของพรรคมาร่วมประชุมเพื่อหารือพิจารณารายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
โดยยกให้เป็นดุลยพินิจของสมาชิกพรรคแต่ละที่จะร่วมลงชื่อเสนอแก้ไข และเมื่อมีการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนญ การลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าเป็นเอกสิทธิของสมาชิกทั้ง สส.และ สว.ตามมาตรา 130 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งผู้ใดก็มิสามารถนำไปฟ้องร้องได้ แต่เมื่อมีการชี้มูลความผิดและส่งให้สนช.ทำตามกระบวนการ ตนก็ขอความเป็นธรรมจาก สนช. และหวังว่า การพิจารณาจะมีบรรทัดฐานเดียวกับกรณีของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาและอดีต สว.38 คน
จากนั้น น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกคนจงใจปฏิบัติหน้าที่โยชอบ และยืนยันว่าสส.ทุกคนทำหน้าที่นึกถึงประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาสว.ก็เป็นไปอย่างสุจริตใจ ถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 และหากป.ป.ช.มองว่าเรื่องดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต เชื่อมั่นว่าในอนาคตจะไม่มีสมาชิกคนใดทำหน้าที่ต่อไป
“สมาชิกรัฐสภาถือว่ามีเอกสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น โดยปราศจากการแทรกแซงหรือนำไปสู่การฟ้องร้องได้ แม้แต่ทางอาญา แพ่ง หรือถอดถอนก็จะกระทำมิได้ ขณะเดียวกันสหภาพรัฐสภาสากล มีการออกแถลงการณ์ต่อประเด็นนี้ ซึ่งถือว่าถูกจับตามองจากสังคมโลก ดังนั้น ขอให้สนช.พิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง และขอให้สมาชิกสนช.ลงมติไม่ถอดถอนพวกตนทั้ง 248 คน”น.ส.จารุพรรณ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจากที่ตัวแทน อดีต สส.แถลงโต้แย้งคำเปิดสำนวนกว่า 5 ชั่วโมง นายยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิก สนช.ได้ขอหารือเพื่อขอให้ยุติการแถลงคำโต้แย้ง เนื่องจากประเด็นที่มีการชี้แจงคลอบคลุมครบทุกประเด็น และสมาชิกได้รับฟังข้อมูลและข้อเท็จจนครบถ้วนแล้ว
จากนั้น นายเพชรพร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ได้หารือกับตัวแทนผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งภายหลังจากหารือ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงว่า อดีต สส.ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้แยกการชี้แจงออกเป็น 2 กลุ่ม 1.มอบอำนาจให้ผู้แทนชี้แจง และ 2.รักษาสิทธิด้วยการชี้แจงด้วยตัวเอง ซึ่งภายหลังจากการหารือแล้วสมาชิกทุกคนเห็นว่า ได้อภิปรายและฝากประเด็นต่างๆและครอบคลุมทุกประเด็นแล้ว จึงไม่ติดใจจะชี้แจงอีก ซึ่งหวังว่า หวังว่า สนช.ได้ฟังประเด็นครบถ้วนแล้ว และจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาเหมือนกันคดีถอดถอน 38 ส.ว. และของนายสมศักดิ์ และนายนิคม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม โดยมีสมาชิกสนช.จำนวน 7 คน และกำหนดนัดประชุมเพื่อพิจารณาซักถามในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 10.00 น. ส่วนสมาชิกที่จะยื่นญัตติประเด็นซักถามจะต้องส่งภายในเวลา 12.00 น.ของวันที่ 20 ก.ค. และให้คู่กรณีส่งยื่นคำขอแถลงการณ์สำนวนปิดคดีด้วยวาจา หรือหนังสือภายในวันที่ 21 ก.ค. แต่หากประสงค์จะยื่นปิดคดีเป็นหนังสือให้ยื่นได้ภายในวันที่ 27 ก.ค.ได้
จากนั้น นายพรเพชร ได้สั่งปิดประชุมเวลา 16.50 น. และสั่งนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. โดยได้ใช้เวลาในการแถลงเปิดสำนวนทั้งสิ้นเกือบ 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้เวลาเพียงวันเดียว จากที่ได้มีการกำหนดแถลงเปิดคดีไว้ถึง 2 วัน พร้อมได้สั่งงดประชุมในวันที่ 16 ก.ค. เนื่องจากการแถลงเปิดคดีสิ้นสิ้นก่อนกำหนด







