
ชายหญิงอ้างเป็นตำรวจ-นักข่าวบังคับซื้อบัตรการกุศล
นครราชสีมา-ชายหญิงอ้างเป็นตำรวจและนักข่าวข่มขู่ขายบัตรชกมวยการกุศลในหน่วยงานรัฐ
นครราชสีมา-ชายหญิงอ้างเป็นตำรวจและนักข่าวข่มขู่ขายบัตรชกมวยการกุศลในหน่วยงานรัฐ
เมื่อวันที่15ก.ค.58 นายวิชัย ดีพร้อม ผู้อำนวยการกลุ่มประสานบริหารนโยบายและติดตามประเมินผล สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขต 4 จ.นครราชสีมา ว่า ถูกชายหญิง จำนวน 2 คน อายุประมาณ40 ปี ขับรถกระบะ มิตซูบิชิ ไททัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 6072 ลำปาง เข้ามาภายในสำนักงาน และมีการข่มขู่แกมบังคับ โดยแสดงตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองยาง ให้ช่วยสนับสนุนซื้อบัตรการแข่งขันชกมวยการกุศล ในราคาใบละ 2,000 บาท จำนวน 5 ใบ รวมเป็นเงิน 1หมื่นบาท เพื่อนำเงินไปพัฒนาและปรับปรุงสถานีตำรวจภูธรเมืองยาง อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา
แต่เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้าง จึงไม่ได้ซื้อ พร้อมกับแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เพื่อให้ส่งสายตรวจมาตรวจสอบ แต่ชายหญิงทั้ง 2 คน ได้เตรียมขึ้นรถกระบะ เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำการบันทึกภาพไว้ ทำให้ชายคนดังกล่าว แสดงอาการไม่พอใจ ลงมาตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ พร้อมกับอ้างว่า ตัวเองเป็นนักข่าว แต่ไม่ระบุสังกัด ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเกรงกลัว จนต้องยอมลบภาพที่ถ่ายไว้ ก่อนทั้ง 2 คนจะขับรถกระบะออกไปอย่างรวดเร็ว
ด้านพ.ต.ต.ชินภานุ จิตอามาตย์ สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยภายหลังได้มีการเชิญตัวชายหญิงทั้ง 2 คน มาสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองยาง ได้มีการเตรียมจัดการแข่งขันชกมวยการกุศล จริงในวันที่ 29 สิงหาคม 2558 ณ สนามมวยค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. สถานีตำรวจภูธรเมืองยาง ส่วนชายหญิงทั้ง 2 คนที่อ้างว่าได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการนำบัตรชกมวยมาขาย อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
"ขณะนี้ได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองยาง ให้ช่วยกำชับเจ้าหน้าที่ที่จะนำบัตรการแข่งขันชกมวยการกุศลมาขาย ห้ามไม่ให้มีการข่มขู่ หรือบังคับให้ช่วยซื้อบัตรดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นได้มีการบันทึกประวัติชายหญิงทั้ง2 คน ไว้ ก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราวเพราะไม่มีประชาชนหรือหน่วยงานที่เสียหายมาแจ้งความให้ดำเนินคดี แต่หากมีประชาชนที่ถูกข่มขู่และต้องการให้ดำเนินการตามกฎหมาย ก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ทันที" พ.ต.ต.ชินภาณุ กล่าว







