
ผันแม่กลองเติมน้ำกรุง เตรียมรถทำประปาช่วยปทุมฯ
ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำแม่กลองเพียงพอที่จะผลิตน้ำประปาสำหรับพื้นที่ กทม.
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
แม้การขุดลอกคลองระพีพัฒน์แยกใต้จะช่วยให้น้ำในคลองสิบสามแหล่งน้ำดิบของโรงผลิตประปาธัญบุรี มีมากขึ้นจนสามารถกลับมาผลิตน้ำจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ธัญบุรี หนองเสือ และลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ หลายพื้นที่โดยเฉพาะ คลองหก คลองเจ็ด และคลองแปด อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา บางส่วนในพื้นที่ปลายท่อส่งน้ำยังมีน้ำไหลอ่อนและบางพื้นที่น้ำหยุดไหลบางช่วง ชาวบ้านยังต้องรองน้ำใส่ภาชนะสำรองเอาไว้
ชูชาติ ศุภวรรธนางกูร ชลประทานจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ขณะนี้ทางชลประทานได้วางแผนป้องกันไว้ ว่า ขณะนี้น้ำที่ไหลผ่านคลองระพีพัฒน์ ขณะนี้ไหลผ่านเพียงแค่ 7 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาธัญบุรี ต้องการใช้เพียง 1 ลบ.ม./วินาที จึงต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรหยุดสูบน้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการผลิตประปา หากไม่ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกร จะต้องประสานทางฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ เพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ.การใช้น้ำของชลประทาน
“หากคลองระพีพัฒน์ไม่เหลือน้ำ กรมชลประทานจะนำเครื่องผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่จำนวน 3 เครื่อง มาผลิตน้ำประปาที่สระน้ำพระราม 9 ป้อนลงท่อสายหลักของการประปาฯ ได้วันละ 7,200 ลบ.ม. บรรเทาปัญหาให้ประชาชน”
ด้านแผนการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองเพื่อผลิตประปาสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้อำนวยการ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า น้ำในเขื่อนศรีนครินทร์สามารถนำไปใช้ได้ 1,776.37 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 23.75% ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้ 958.07 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 16.38% ซึ่งเพียงพอเป็นน้ำต้นทุนในปี 2558 แต่ฝนตกน้อยทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย จะส่งผลกระทบในช่วงหน้าแล้ง ปี 2559 อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน สำนักชลประทานที่ 13 รับผิดชอบตอนล่างของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ กล่าวว่า ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำแม่กลองเพียงพอที่จะผลิตน้ำประปาสำหรับพื้นที่ กทม. โดยได้ส่งน้ำเพื่อการผลิตประปารวมวันละ 2.17 ล้าน ลบ.ม. ไปยัง 1.การประปานครหลวง (มหาสวัสดิ์) ระยะทาง 107 กิโลเมตร 2.การประปาเทศบาลนครปฐม 3.เทศบาลชัฏป่าหวาย และ 4.อบต.หนองพันจันทร์ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มากกว่าปี 2557 ซึ่งส่งเพียงวันละ 1.36 ล้าน ลบ.ม.
ด้าน เอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการเขื่อนเจ้าพระยา กล่าวว่า หากยังไม่มีฝนตกลงมา จะมีน้ำจัดสรรเพื่อการเกษตรได้อีกประมาณ 18 วัน หรือแค่ต้นเดือน ส.ค.เท่านั้น
สุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ จ.ชัยนาท กล่าวว่า ล่าสุด ได้รับเครื่องสูบน้ำกำลังสูบ 3 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเติมอีก 4 เครื่อง รวมเป็น 5 เครื่อง เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก บรรเทาวิกฤตน้ำประปาในพื้นที่ จ.ลพบุรี และปทุมธานี
ขณะที่ สุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่จะใช้ได้เพียง 19 วัน หากระดับน้ำต่ำกว่า 128 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง จะกระทบต่อระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าทันที และขณะนี้ก็เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเพียง 2 เครื่อง จากทั้งหมด 4 เครื่อง







