กมธ.ยกร่างฯเคาะให้รัฐสภามีอำนาจถอดถอนนักการเมือง
กมธ.ยกร่างฯเคาะให้รัฐสภามีอำนาจถอดถอนนักการเมือง แต่วุฒิสภามีอำนาจแค่สอยบุคคลที่แต่งตั้งเองเท่านั้น
กมธ.ยกร่างฯเคาะให้รัฐสภามีอำนาจถอดถอนนักการเมือง แต่วุฒิสภามีอำนาจแค่สอยบุคคลที่แต่งตั้งเองเท่านั้น
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการถอดถอนบุคคลและการตัดสิทธิทางการเมืองหรือสิทธิในการดำรงตำแหน่ง ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯทำการปรับเนื้อหาในส่วนสาระสำคัญโดยสรุปว่า การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมรัฐสภา ส่วนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอื่นซึ่งหมายถึงบุคคลที่วุฒิสภาแต่งตั้ง จะให้สิทธิวุฒิสภาในการถอดถอน
ทั้งนี้กระบวนการถอดถอนจะต้องเริ่มจากการยื่นเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาจากนั้นส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาไต่สวน
สำหรับการลงมติถอดถอนในรัฐสภาจะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3ใน5 แต่ถ้าเป็นการถอดถอนในวุฒิสภาจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของวุฒิสภา
ขณะที่ การดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คณะกมธ.ยกร่างฯทำการแก้ไขในส่วนของการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ โดยมีการกำหนดให้ผู้ไต่สวนอิสระต้องมีจำนวนสามคนและให้เรียกว่าคณะผู้ไต่สวนอิสระ จากบทบัญญัติเดิมที่เขียนแล้วตีความได้ว่าให้มีผู้ไต่สวนอิสระเพียงคนเดียว
สำหรับอำนาจของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการพิจารณาคดีเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว.และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง คณะกมธ.ยกร่างฯบัญญัติว่ากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่ได้ (ใบเหลือง) แต่ถ้าหลังจากกกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้วจะเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ในการให้ใบเหลือง ขณะที่ หากเป็นกรณีกกต.จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลใด (ใบแดง) จะต้องส่งเรื่องไปให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณา โดยที่ผู้ต้องคำพิพากษาและกกต.สามารถยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาอีกได้







