
ไทยเดินหน้าสู่ยุคพลังงานทดแทน
การใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เริ่มมีราคาถูกลง และเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค โดยหลายประเทศเองก็พยายามสนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทนดังกล่าว
การใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เริ่มมีราคาถูกลง และเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค โดยหลายประเทศเองก็พยายามสนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทนดังกล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยจะเพิ่มขึ้นในปี 2015 นี้ และต้องการการลงทุนอย่างมหาศาล หลังจากที่ไทยต้องพึ่งการนำเข้าพลังงานจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าพลังงานหลักอย่างก๊าซธรรมชาติจะหมดลงภายในอีก 10 ปีข้างหน้า
พิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า ในปี 2015 นี้ไทยจะมีความสามารถในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 1,200-1,500 เมกะวัตต์ ไปอยู่ที่ 2,500-2,800 เมกะวัตต์ และต้องการการลงทุนมากถึง 9 หมื่นล้านบาท
การเติบโตขึ้นของภาคส่วนดังกล่าว หลักทรัพย์ของบริษัทที่ลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ต่างมีผลงานดีในตลาดหลักทรัพย์ และสร้างความสนใจให้แก่นักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม พิชัย ระบุว่า นักลงทุนบางส่วนมีความกังวลว่าการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์อาจทำให้เกิดการเก็งกำไรขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ และอาจส่งผลให้การเติบโตต้องหยุดชะงักลง
รอยเตอร์ส รายงานว่า ความสามารถในการผลิตดังกล่าวมากกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 1,300 เมกะวัตต์ และเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของปี 2014 ถึง 6 เท่า
ในขณะเดียวกัน รอยเตอร์ส รายงานอ้างบรรดานักวิเคราะห์ว่า แม้กำลังไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมาจากฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ แต่สำหรับไทยแล้วกำลังไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้มากสำหรับ 2.5 แสนครัวเรือนในเมือง ในอีก 5 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 6,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2036 หรือคิดเป็นปริมาณ 9% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดทั่วประเทศ จากเดิมอยู่ที่ 4% ในปี 2014 และสามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนได้มากถึง 3 ล้านครัวเรือน
ดังนั้น จากการเติบโตดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภูมิศาสตร์ที่ไทยตั้งอยู่มีข้อได้เปรียบด้านแสงอาทิตย์
ทั้งนี้ สาเหตุที่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการใช้พลังงานทดแทนมากนัก เนื่องจากประเทศเหล่านั้นมีทรัพยากรพลังงานอื่นๆ เพียงพอ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ หรือเป็นเพราะรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลงทุนเทคโนโลยีใหม่สำหรับพลังงานทดแทน
ในขณะที่รัฐบาลไทยสนับสนุนภาคส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการลดภาษีให้กับผู้ผลิตพลังงานดังกล่าวมากถึง 6.85 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ส ระบุว่า ฟิลิปปินส์ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังเริ่มต้นตั้งไข่ในภาคส่วนพลังงานทดแทนแล้วเช่นกัน







