
หมดท่า
ในที่สุดกรีซก็ไม่ต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนแล้ว หลังจากการประชุมยาวนาน 17 ชม. กว่าที่ผู้นำยูโรโซนจะได้ข้อตกลงกับกรีซว่าจะให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งประเมินกันว่าจะอยู่ที่ 8-8.5 หมื่นล้านยูโร เป็นเงินช่วยก้อนที่ 3 มีระยะเวลา 3 ปี แต่กว่าที่กรีซจะได้เงินช่วยก้อนนี้ก็เรียกว่า กรีซต้อง “รากเลือด” อยู่เหมือนกันครับ
ในที่สุดกรีซก็ไม่ต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนแล้ว หลังจากการประชุมยาวนาน 17 ชม. กว่าที่ผู้นำยูโรโซนจะได้ข้อตกลงกับกรีซว่าจะให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งประเมินกันว่าจะอยู่ที่ 8-8.5 หมื่นล้านยูโร เป็นเงินช่วยก้อนที่ 3 มีระยะเวลา 3 ปี แต่กว่าที่กรีซจะได้เงินช่วยก้อนนี้ก็เรียกว่า กรีซต้อง “รากเลือด” อยู่เหมือนกันครับ
เพราะว่ามาตรการและความต้องการของยูโรโซนที่กำหนดให้กรีซปฏิบัติตามนั้นถือว่าแข็งกร้าวกว่าครั้งใดๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าในการหารือครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งก่อนๆ เนื่องจาก
เจ้าหนี้ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซอีกต่อไป หลังจากที่ผู้นำกรีซมีพฤติกรรม “กลับกลอก” อยู่หลายครั้งหลายครา หนำซ้ำล่าสุดยังดอดไปจัดการหยั่งเสียงประชามติให้ประชาชนเป็นผู้เลือกอีกว่าจะรับแผนเจ้าหนี้หรือไม่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มเจ้าหนี้อย่างมาก
ทำให้ในการหารือของกลุ่มยูโรโซนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันเสาร์ ต่อเนื่องมาถึงวันอาทิตย์ ก่อนจะได้ข้อสรุปในวันจันทร์นั้น ท่าทีของยูโรโซนนั้นแข็งกร้าวอย่างมาก และได้ตั้งเงื่อนไขที่หินอย่างยิ่งให้กับกรีซ
โดยอย่างเร่งด่วน ก็คือเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่ายด้านบำเหน็จบำนาญ การขึ้นภาษี การลดงบประมาณด้านกลาโหม และมาตรการอื่นๆ นั้น กรีซจะต้องแปรเป็นรูปกฎหมายมีผลบังคับใช้ให้ทันภายในวันพุธที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งเหตุผลที่เจ้าหนี้บังคับให้กรีซทำเช่นนี้ ก็เพราะกลัวว่ากรีซจะ “เบี้ยว” เงื่อนไขต่างๆ ที่ให้คำมั่นไว้นั่นเอง
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งถึงกับบอกว่า นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส มาในครั้งนี้ถือว่าไม่มีทางเลือกมากนัก และถูกกลุ่มเจ้าหนี้รุมทึ้งอย่างไม่มีชิ้นดี จากเคยได้เปรียบที่กรีซได้ใช้ผลการหยั่งเสียงประชามติโดยผลออกมาว่าชาวกรีซส่วนใหญ่ไม่รับแผนเจ้าหนี้นั้นมาเป็นเครื่องต่อรอง แต่ทว่าในหนนี้ท่าทีของเจ้าหนี้แข็งกร้าวมากจริงๆ จนผู้นำกรีซต้องยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดอย่างโดยดี เพราะว่าในวันที่ 20 ก.ค.นี้ กรีซมีกำหนดชำระคืนธนาคารกลางยุโรปอีกถึงราว 2,000 ล้านยูโรทีเดียว
เท่านั้นยังไม่พอ มีรายงานว่า กรีซต้องให้อำนาจและสิทธิเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเจ้าหนี้สามารถเข้าถึงบรรดารัฐมนตรีกรีซที่มีส่วนในการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อเศรษฐกิจด้วย รวมไปถึงมีสิทธิวีโต้ยับยั้งอีกด้วย
เรียกได้ว่า กรีซถูกเจ้าหนี้ล้วงลูกอย่างถึงพริกถึงขิง แต่กรีซก็ไม่มีทางเลือกครับ นายกรัฐมนตรี ไซปราส ของกรีซได้แต่ยอมไป
กระบวนการหลังจากนี้ ก็คือกรีซจะต้องผ่านกฎหมายการปฏิรูปให้ทันภายในวันพุธนี้ หลังจากนั้นเจ้าหนี้ก็จะเริ่มหารือต่อรองกันใหม่ว่าเงินช่วยเหลือนั้นจะให้กรีซผ่านวิธีใด คาดว่าการเจรจาหลังจากนั้นจะกินเวลาสักระยะครับ ต้องติดตามกันต่อไป







