กมธ.ยกร่างฯเปิดทางตุลาการไม่ต้องเกษียณอายุ65
กมธ.ยกร่างฯเปิดทางตุลาการไม่ต้องเกษียณตอนอายุ65ปี แต่ปิดทางอัยการนั่งบอร์ดรสก. ให้นั่งแค่ที่ปรึกษา
กมธ.ยกร่างฯเปิดทางตุลาการไม่ต้องเกษียณตอนอายุ65ปี แต่ปิดทางอัยการนั่งบอร์ดรสก. ให้นั่งแค่ที่ปรึกษา
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า คณะกมธ.ยกร่างฯกำหนดให้คงเจตนารมณ์ของความมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี ขณะที่องค์กรบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการของแต่ละศาลให้เป็นสิทธิของศาลนั้นๆ เป็นผู้ที่จะพิจารณาและเสนอกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ รวมถึงกรณีที่กำหนดให้สิทธิผู้พิพากษาหรือตุลาการอุทธรณ์ในคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่านอกจากนี้ที่ประชุมได้ยกเลิกการให้พ้นจากตำแหน่งผู้พิพากษา หรือตุลาการของศาลยุติธรรม ศาลปกครองและศาลอื่นๆเมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับความเห็นของศาลปกครองที่ชี้แจงว่าส่วนใหญ่บุคคลที่จะสอบเป็นตุลาการจะมีอายุ 45 ปี หรือบางคนสอบได้เมื่ออายุ 60 ปี ทำให้การเกษียณอายุราชการเกิดความไม่เหมาะสม
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ด้าน การบริหารงานของอัยการ คณะกมธ.ยกร่างฯบัญญัติว่าการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอัยการ ต้องปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.) ได้กำหนดให้ประธานก.อ.ต้องได้รับเลือกจากที่ประชุมอัยการ โดยคุณสมบัติต้องเป็นอดีตข้าราชการอัยการและไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ข้าราชการอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะทำให้อัยการสามารถเข้าไปเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย หรือ อนุกรรมการด้านกฎหมายให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้
“ยืนยันว่าเราปรับแก้ไขบทบัญญัติตามความเหมาะสม หากความเห็นที่เสนอดีเราก็พร้อมจะดำเนินการปรับแก้ไขให้ การปรับแก้หลายมาตรานั้นไม่ได้หมายความว่าเราถอยหลังจนกระทบต่อเสาหลักหรือเจตนารมณ์ แต่การปรับคือการเดินหน้าเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาดี”โฆษกกมธ.ยกร่างฯกล่าว







