posttoday
ปลัดกทม.ยันพื้นที่กรุงเทพฯไม่ขาดน้ำ

ปลัดกทม.ยันพื้นที่กรุงเทพฯไม่ขาดน้ำ

13 กรกฎาคม 2558

ปลัดกทม.ยืนยันสถานการณ์ภัยแล้งในกรุงเทพฯไม่ถึงขั้นวิกฤต น้ำอุปโภคบริโภคยังไม่มีปัญหาขาดแคลน แต่ขอประชาชนประหยัดน้ำ

ปลัดกทม.ยืนยันสถานการณ์ภัยแล้งในกรุงเทพฯไม่ถึงขั้นวิกฤต น้ำอุปโภคบริโภคยังไม่มีปัญหาขาดแคลน แต่ขอประชาชนประหยัดน้ำ

นายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำตามจุดต่างๆพบว่า ปริมาณน้ำในคลองสายหลัก อาทิ คลองสามวา คลองประเวศน์บุรีรมย์ คลองแสนแสบ ฯลฯยังมีน้ำนอนคลองประมาณ 60-70ซม. ที่ยังเป็นปริมาณเพียงพอต่อการเกษตรกรรม และเมื่อไปดูตามพื้นที่เกษตรกรรมที่สวนใหญ่อยู่กรุงเทพฯตะวันออก(หนองจอก ลาดกระบัง ฯลฯ)ก็จะพบว่า  ได้มีการสูบน้ำเข้าพื้นที่นา และบ่อน้ำพักเตรียมไว้แล้ว กอปรกับช่วงที่ผ่านมาก็ยังมีฝนตกประปรายจึงยังคงสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่เกษตรกรรม  อีกทั้งต้นปีที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งการให้สำนักงานเขตทำการแจ้งเตือนเกษตรกรว่าปีนี้ปริมาณน้ำจะน้อยและได้เตรียมการผันน้ำจากพื้นที่ด้านในของกรุงเทพฯให้ออกไปยังฝั่งตะวันออก  จึงทำให้สถานการณ์ภัยแล้งสำหรับการเกษตรกรรมยังไม่วิกฤตแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับเรื่องน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ที่ยังไม่ได้รับการประสานจากการประปานครหลวง(กปน.)ถึงเรื่องการขาดแหล่งน้ำดิบแต่อย่างใด  เพราะกรุงเทพมหานครนั้นมีแหล่งป้อนน้ำดิบสองแหล่ง คือ แหล่งน้ำจากคลองฝั่งปทุมธานี กับ แหล่งน้ำจากฝั่งตะวันตกคือคลองมหาสวัสดิ์ซึ่งปริมาณน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์นี้ยังมีปริมาณเพียงพออยู่ โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องเรียนจากพื้นที่ใดว่าขาดน้ำอุปโภคบริโภค แต่ได้สั่งการให้เขตต่างๆทำการสำรองน้ำใช้ไว้เผื่อกรณีหากมีการร้องเรียน

"หาก เปรียบเทียบสถานการณ์ภัยแล้งในกรุงเทพฯ กับปีที่ผ่านมา ถือว่าปีที่แล้วหนักกว่าปีนี้ เพราะในขณะนั้นน้ำในคลองสายหลักแทบไม่มีสำหรับการเกษตร กทม.ต้องไปตั้งเครื่องสูบน้ำจากคลองหนึ่งให้ไหลลงมายังคลองลำปลาทิวเพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกร แต่ในปีนี้ยังมีน้ำเพียงพอต่อการเกษตร"นายสัญญา กล่าว

สำหรับความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวในพื้นที่เขตหนองจอกนั้น นายสุวิทย์ รัศมิแพทย์ ผู้อำนวยการเขตหนองจอก กล่าวว่า   จากกรณีเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เกิดผิวจราจรร้าวบริเวณถนนสุวินทวงศ์ 42 ซึ่งเป็นถนนเลียบคลองลำนกแขวก มีรอยร้าวระยะทางประมาณ 40 เมตร โดยรอยร้าวมีความลึกของจุดที่ต่างระดับประมาณ 20 เซนติเมตร(ซม.)

ล่าสุดได้เกิดรอยแยกเพิ่มยาวอีก 20 เมตร และรอยลึกเพิ่มเป็น70 ซม. เนื่องจากน้ำในคลองลำนกแขวก รวมถึงคลองใกล้เคียงแห้งขอด และยังได้ส่งผลให้ดินไหลกดทับท่อประปาหักเสียหาย เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณผิวจราจร ทางเขตฯ ได้ประสานการประปานครหลวง (กปน.) ทำการซ่อมแซมท่อ และดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรด้วยการเปิดผิวจราจรและนำหินบดอัดมาพื้นผิว เพื่อเปิดการจราจรชั่วคราวภายในวันนี้(13 กค.) ส่วนการแก้ไขในระยะยาว ต้องติดตามสถานการณ์รอให้การทรุดตัวหยุดนิ่ง จึงจะเทผิวจราจรด้วยยางมะตอย

อย่างไรก็ตามในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาบริเวณถนนสุวินทวงศ์ 42 เกิดถนนทรุดตัวรวม 3 ครั้ง และในครั้งนี้ถือว่าหนักสุด เพราะน้ำในคลองย่อยแห้งมาก ทั้งนี้ในพื้นที่เขตหนองจอกมีถนนเสี่ยงทรุดตัวอีก 5 สาย ได้แก่ ถนนเลียบคลองกระทุ่มล้ม ถนนเลียบคลองเจียระดับ ถนนเลียบคลอง 12 ฝั่งตะวันตก ถนนเลียบคลองแบนชะโด และถนนเลียบคลองสนามกลางลำ

นายสุวิทย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในพื้นที่เขตหนองจอกยังมีถนนทรุดตัวแล้วและต้องเฝ้าระวังอีก 2 จุด คือถนนเลียบคลอง 13 ฝั่งตะวันตก และตะวันออก ซึ่งในส่วนของถนนเลียบคลอง13ฝั่งตะวันออกที่ทรุดตัวก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ซ่อมแซมเพื่อเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเป็นการชั่วคราวแล้ว  และได้แจ้งขอความร่วมมือรถบรรทุก และรถขนาดใหญ่หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวเพราะยังมีความเสี่ยงอยู่ค่อนข้าง มาก ขณะที่ถนนสายหลักยังไม่ประสบปัญหาทรุดตัวแต่อย่างใด

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ พื้นที่การเกษตรในเขตหนองจอกที่ส่วนใหญ่การปลูกข้าว ตอนนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะได้มีการแจ้งเตือนเกษตรกรให้เตรียมรับมือ อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกมาในพื้นที่จึงยังพอมีน้ำ และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งขอน้ำอุปโภคบริโภคจากประชาชนและเกษตรกรใน พื้นที่ อย่างไรก็ตามเขตได้ตั้งศูนย์แก้ปัญหาภัยแล้งไว้แล้ว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเข้ามา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท