
กษิตตั้งวงแฉกลางเบอร์ลินเยอรมนีห้ามแม้วเข้าปท.
รัฐบาลเยอรมันเรียกทนายทักษิณเฉ่ง ยันไม่ต้อนรับทักษิณเข้าประเทศ กษิตตั้งวงกลางกรุงเบอร์ลินแฉ อัดยับ 60% รับเงิน
รัฐบาลเยอรมันเรียกทนายทักษิณเฉ่ง ยันไม่ต้อนรับทักษิณเข้าประเทศ กษิตตั้งวงกลางกรุงเบอร์ลินแฉ อัดยับ 60% รับเงิน
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเปิดเผยภายหลังเข้าพบ รมว.ต่างประเทศเยอรมนีเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้แจ้งให้ทางรัฐบาลเยอรมนีทราบว่าแผนปรองดองของรัฐบาลจะแล้วเสร็จและสามารถทำประชาพิจารณ์ได้ต้นปี 2554 จากนั้นจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่กลางปี โดยทั้งหมดนี้ทางรัฐบาลเยอรมนีเห็นชอบการดำเนินการของรัฐบาลไทยและพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย
นายกษิต กล่าวว่า ทางรมว.ต่างประเทศเยอรมนีได้ถามว่าเมื่อไหร่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทยจะหยุดเคลื่อนไหว จึงได้ตอบไปว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไม่หยุด แต่จะราวีสังคมไทยก็ต้องสู้กันต่อไป
“ผมเล่าให้เขาฟังว่าเดิมเป็นการประท้วงเพื่อเอาทักษิณกลับประเทศไทย ตอนหลังมีการติดอาวุธเข้มข้นขึ้นโดยไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ เขาก็เล่าให้ผมฟังว่าได้เรียกทนายของพ.ต.ท.ทักษิณมาพบและได้แจ้งไปว่าจะไม่ให้ทักษิณเข้าเยอรมนีอีก ซึ่งไม่ต้องอธิบายความว่าเขาคิดอย่างไร เหมือนกับเราถ้าไม่ให้เข้าก็แปลว่าเข้าไม่ได้ ใครคิดร้ายกับประเทศหรือจะเข้ามาสร้างความเกลียดชังต้องไม่ให้เข้ามา” นายกษิต กล่าว
เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.ค. นายกษิตได้บรรยายเรื่องพัฒนาการเมืองในเมืองไทยให้นักวิชาการ สื่อมวลชน นักการทูต นักศึกษาฟัง ที่ German Council of Foreign Ralations ตอนหนึ่งว่า ม็อบเสื้อแดงต้องการล้มรัฐบาลโดยที่มีการดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้อง อีกทั้งมีการผลักดันแนวคิดมาร์คซิสต์และเลนินนิสต์ โดยคนรอบตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสร้างสาธารณรัฐนิยมโดยการพยายามสร้างความเชื่อที่ว่ามีความขัดแย้งระหว่างคนรวยกับคนจนที่อยู่ในเมืองและคนชนบท
“ถือเป็นการเล่นนอกรัฐสภาที่ต้องการสร้างระบบพรรคเดียวให้เข้มแข็ง แต่ไม่ใช่แนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตย ต่อมามีการใช้สื่อยั่วยุจนมีความรุนแรงขึ้นจนมีการติดอาวุธ รัฐจึงต้องใช้กำลังตามกฎหมายเพราะเป็นการก่อการร้าย แต่การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนโดยทั่วไป ม็อบมีแค่ 1.2 หมื่นคน”นายกษิต กล่าว
ผู้เข้าร่วมฟังถามว่า การชุมนุมเสื้อแดงมีการว่าจ้างมาหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า 60% มีการสนับสนุนทางการเงิน มีการแจกอาหาร มีการสร้างความบันเทิง แต่อีก 40% มาจากต่างจังหวัด
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเดินทางไปล็อบบี้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเบลเยี่ยม และสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อชี้แจง และขอการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เป็นการไปเล่าถึงข้อเท็จโดยมีบริษัทเยอรมันแห่งหนึ่งช่วยประสานงานให้กับอียู ซึ่งทางฝ่ายไทย ได้แจ้งผ่านผู้แทนถาวรไทยประจำอียูแล้ว ทราบว่าทางอียูแค่รับทราบข้อมูลจากนายนพดล แต่จะไม่นำไปพิจารณาหรือเปิดเผยใดๆ รวมทั้งได้ยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงกิจการของไทย นายชวนนท์กล่าวอีกว่า การพยายามล็อบบี้ของนายนพดลนั้น ก็เพื่อสร้างประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเอง แต่จะไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะกลุ่มประเทศอียูต่างให้การสนับสนุนแผนปรองดองของรัฐบาลไทย
“เท่าที่ทราบ มีเจ้าหน้าที่ที่รับฟังข้อมูลจากคุณนพดล ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับประเทศไทย แต่รัฐบาลไทยก็ไม่ประมาท จะติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงขอขอบคุณมิตรประเทศที่ให้การสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล”นายชวนนท์ กล่าว







