
หนาวเช็คเด้ง
ผวาเช็คเด้งทั่วประเทศเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณยันมูลค่ากว่า 1.04 หมื่นล้าน รายใหญ่จ่อขายเงินสด
ผวาเช็คเด้งทั่วประเทศเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณยันมูลค่ากว่า 1.04 หมื่นล้าน รายใหญ่จ่อขายเงินสด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการให้บริการเช็คทั่วประเทศ งวดสิ้นเดือน มิ.ย. 2558 พบว่าในจำนวนเช็คเรียกเก็บรวมทั้งหมด 6.43 ล้านใบ มูลค่ารวม 3.345 ล้านล้านบาท ปรากฏว่ามีเช็คคืนไม่มีเงิน หรือเช็คเด้งถึง 7.37 หมื่นใบ มูลค่า 1.04 หมื่นล้านบาท ปริมาณเช็คเด้งเพิ่มขึ้น 4,178 ใบ หรือ 6.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มูลค่าเช็คเด้งเพิ่มขึ้น 1,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14.64%
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ปริมาณเช็คเด้งรวมทั่วประเทศได้ปรับขึ้นเช่นกัน โดยปริมาณเช็คเด้งเพิ่มขึ้น 1.27 หมื่นใบ เพิ่มขึ้น 20.88% ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้น 1,940 ล้านบาท หรือ 22.9% ถือเป็นการเพิ่มที่สูงขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา และเป็นที่น่าสังเกตว่าเช็คเด้งกลับมาเพิ่มขึ้นอีกรอบ หลังจากที่เคยลดลงมาต่อเนื่องตามความนิยมใช้เช็คที่ลดลงมาตลอด
อย่างไรก็ตาม หากแยกที่มาของเช็คเด้งในเดือน มิ.ย. จะพบว่าเช็คในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเด้งมากที่สุด 3.8 หมื่นใบ มูลค่ารวม 6,630 ล้านบาท รองลงมาเป็นเช็คเด้งที่สั่งจ่ายข้ามเขตจังหวัด 2.44 หมื่นใบ มูลค่ารวม 2,040 ล้านบาท และเช็คเด้งที่สั่งจ่ายในเขตภูมิภาค 1.14 หมื่นใบ มูลค่า 1,740 ล้านบาท
ฝ่ายระบบชำระเงิน ธปท. ชี้แจงว่า เช็คที่เด้งถือว่าไม่มาก แค่ 1.1% ของเช็คเรียกเก็บรวม และมูลค่าเพียง 0.3% ของเช็คเรียกเก็บรวมเท่านั้น ยังไม่ใช่สัญญาณที่น่าห่วง แต่ก็ยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอต่อเนื่องมีผลต่อการผิดนัดชำระหรือเช็คเด้งบ้าง
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า น่าเป็นห่วงกับยอดเช็คเด้งที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมีผลกับผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีแล้ว จึงเชื่อว่าการค้าขายในระยะต่อไปผู้ประกอบการรายใหญ่อาจจะต้องซื้อขายเงินสดกับรายเล็กมากขึ้น และต้องระมัดระวังในเรื่องการครบรอบบัญชี เนื่องจากความไว้วางใจในเครดิตการค้าจะลดลง
นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ อดีตนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า จำนวนเช็คเด้งที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังมีปัญหา แต่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่น่าจะมีปัญหาเช็คเด้งมากนัก เพราะธนาคารเข้มงวดการให้สินเชื่อที่อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ คือ กลุ่มรับเหมาที่รับงานไว้มาก และบางงานรับมาในราคาที่ต่ำ เมื่อบริหารการเงินไม่ดี หรือนำเงินไปหมุนใช้ผิดประเภท ก็ไม่มีจ่ายซัพพลายเออร์ก็เป็นไปได้







