
คนรุ่นใหม่... เลือกองค์กรแบบใด
หลายองค์กรมักประสบปัญหากับการรับพนักงานใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาองค์กร สิ่งที่ทุกบริษัทต้องเผชิญคือการสรรหาพนักงาน
โดย...ดร.กฤติน กุลเพ็ง บริษัท ไอโอดี คอนเซาท์ติ้ง แอนด์ เทรนนิ่ง www.krittin.in.th
หลายองค์กรมักประสบปัญหากับการรับพนักงานใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาองค์กร สิ่งที่ทุกบริษัทต้องเผชิญคือการสรรหาพนักงานที่พึงประสงค์เข้ามาร่วมงานยากแล้ว ยังต้องพบปัญหาคนรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน ไม่ค่อยสู้งาน เลือกทำงานที่ตนเองชอบเป็นกรณีพิเศษ เมื่อเข้ามาปฏิบัติงานแล้ว ถ้ากระบวนการทำงานไม่เอื้ออำนวยหรือระบบการทำงานไม่ดี ก็ลาออกไปจากองค์กร โดยไม่มีการบอกกล่าวแต่อย่างใด
ผมได้รับคำบ่นและคำสอบถามจากหน่วยงาน HR อยู่เป็นประจำว่า จะทำอย่างไรดีกับคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ ต้องบอกเลยว่า ยากมาก กับการที่เราจะไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ยกเว้นว่าเราจะปรับองค์กรของเราอย่างไร ที่จะดึงดูดคนกลุ่มนี้ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเรา
จากที่ผมได้เคยร่วมสัมภาษณ์น้องๆ ที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่า ถ้าน้องอยากจะเลือกองค์กรแห่งหนึ่งที่เป็นองค์กรในฝันของน้องๆ อันดับแรกเลย อยากได้บริษัทที่มีลักษณะใด
1.ความเป็นมาตรฐาน/มืออาชีพ/ระบบการทำงานที่ดี นี่หัวข้อแรกที่น้องๆ ที่จบการศึกษาและเริ่มเข้าสู่กระบวนการทำงาน อยากจะร่วมงานด้วย ต้องเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานการทำงานที่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ การประเมินผล การลงโทษ และความโปร่งใส
ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทต้องมีแบรนด์เนมที่ติดตลาด มีการดูแลพนักงานอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและมีโอกาสก้าวหน้า
2.วันหยุด/วันหยุดประเพณี/วันพักร้อน สิ่งที่คนรุ่นใหม่ได้พูดถึงเป็นอันดับที่สองก็คือ วันหยุดประจำสัปดาห์ ต้องหยุดสองวัน คือ วันเสาร์และอาทิตย์ เป็นสิ่งแรก และรองลงมาคือ วันหยุดประเพณี และวันพักร้อนที่เป็นสิ่งจูงใจรองลงมา ไม่น่าเชื่อว่าน้องๆ ต้องการวันหยุดประจำสัปดาห์มากกว่าเงินเดือนเสียด้วยซ้ำไป
ผมได้ถามย้ำให้ตรงประเด็นไปอีกว่า สาเหตุที่ต้องการหยุดจำนวน 2 วัน เพราะอะไร น้องๆ คนรุ่นใหม่ตอบว่า มีเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นที่มีรายได้มากกว่าที่จะมานั่งทำงานประจำ
แสดงว่าคนรุ่นใหม่อยากใช้เวลาวันหยุดไปทำงานอย่างอื่นที่เป็นอิสระของตนเอง แต่ทำงานประจำไว้เพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง เมื่อถึงเวลางานที่ทำของตนเองมีรายได้มากพอ ก็จะลาออกจากงานมาทำงานของตัวเอง ซึ่งทุกวันที่แต่ละบริษัทประสบอยู่ไม่ใช่เพราะว่าคนรุ่นใหม่ไม่สู้งาน แต่เขามองว่างานใดที่ให้ผลตอบแทนแก่เขา
ได้มากกว่าจะเลือกสิ่งนั้น จึงทำให้มีการเปลี่ยนงานบ่อยมากขึ้น
เมื่อองค์กรที่ทำงานอยู่ไม่เอื้อประโยชน์และไม่เห็นคุณค่าในตัวน้องๆ เมื่อออกจากองค์กรไปแล้วก็จะไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้สอยประจำวัน เพราะว่ามีงานอิสระทำหารายได้อยู่
นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องงานประจำที่ทำอยู่
3.เวลาปฏิบัติงาน อาจจะรวมถึงเวลาทั้งเดินทางมาปฏิบัติงานและกลับบ้าน น้องๆ จะมีความรู้สึกว่า บริษัทเอารัดเอาเปรียบเรื่องเวลาหรือไม่ อยากให้เป็นเวลาที่บริษัททั่วไปยึดถือปฏิบัติในการเข้าปฏิบัติงาน นั่นคือหมายถึงความเป็นมาตรฐานของระบบการทำงานนั่นเอง ถ้าองค์กรใดก็ตามที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาทำงาน เช่น ให้มีเวลาสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานอยู่กับที่พักได้ เป็นบางวัน บางเวลา หรือส่งงานทาง mail ได้ ก็จะได้รับพิจารณาจากคนกลุ่มนี้เป็นกรณีพิเศษ
4.สถานที่ตั้งของบริษัท น้องๆ คนรุ่นใหม่อยากได้บริษัทที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า เดินทางได้สะดวก ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ในการเดินทางมาปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนรุ่นใหม่จะพิจารณาแยกออกเป็นแต่ละข้อ ตามความจำเป็นของแต่ละบุคคลด้วย
5.ผลตอบแทนและความก้าวหน้า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญในเรื่องผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการทำงานมากไม่น้อย หากบริษัทไหนกิจการใดมีการจ่ายเงินพิเศษที่เกิดขึ้นจากงานพิเศษในรูปแบบของการแบ่งปันผลประโยชน์จากรายได้ ที่เกิดขึ้นที่เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดยิ่งจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน
จะเห็นได้ว่า คนรุ่นใหม่เลือกองค์กรในฝันของเขาที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ซึ่งแต่ละบริษัทจะต้องมองถึงทัศนะของคนรุ่นใหม่ อยากให้องค์กรเป็นแบบใด ถ้าองค์กรมีการปรับปรุงรูปแบบการทำงานและสร้างระบบจ่ายผลตอบแทนที่ดีให้เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ได้ ก็จะมีส่วนทำให้น้องๆ ตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรมากขึ้น
สามารถดึงดูดคนที่เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถให้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทของท่านได้มากขึ้น
อย่าลืมว่า พนักงานคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้า และคนรุ่นใหม่คือชีวิตใหม่ขององค์กรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป







