
ไรวินท์ เลขวรนันท์ จากวัยรุ่น ปวช. สู่ผู้บริหารธุรกิจ
จากนักเรียน ปวช. อายุ 15 ปี ที่มีมุมมองการใช้ชีวิตแตกต่างจากนักเรียนทั่วไป ได้ตัดสินใจลาออกจาก ปวช. ช่างกล
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากนักเรียน ปวช. อายุ 15 ปี ที่มีมุมมองการใช้ชีวิตแตกต่างจากนักเรียนทั่วไป ได้ตัดสินใจลาออกจาก ปวช. ช่างกล เพื่อมาทำงานจริงจัง กับงานครั้งแรกในชีวิต คือ การรับจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วยตัวเพียงคนเดียว ใช้การศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขยายงานต่อเนื่อง มาถึงการเปิดบริษัทขนาดเล็ก ผ่านมา 18 ปี บริษัทแห่งนี้เติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
“ไรวินท์ เลขวรนันท์” ประธาน บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง เล่าว่า การตัดสินใจลาออกจากการเรียนในช่วงวัยรุ่น เพื่อมาทำงานอย่างจริงจังในอายุ 15 ปี ตอนนั้นอยากทำงานเพื่อหารายได้ และที่บ้านก็ต้องการให้มาช่วยทำงานที่ร้าน แต่ผมเลือกทำสิ่งที่ชอบ จึงเลือกงานติดตั้งวางระบบไฟฟ้าทั้งที่เรียนมาทางด้านช่างกล
“การเป็นวัยรุ่นที่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน จึงต้องใช้การศึกษาและดูว่าวิธีการวางระบบไฟฟ้าเขาทำอย่างไร เพื่อเรียนรู้มาทำงานเองให้ได้ เช่นเดียวกับวิธีการหาลูกค้า ต้องทำให้ทุกคนเห็นศักยภาพของเรา ใช้งานพิสูจน์ความสามารถ ทำงานอย่างมีคุณภาพ จึงเริ่มมีลูกค้ารู้จัก เชื่อมั่น และเลือกจ้างเราทำงานเพิ่มขึ้น”
ขณะที่มุมมองที่มีต่อการเรียนหนังสือนั้น ถือว่ามีความสำคัญมากเช่นกัน แต่มีมุมมองว่าการเรียนหนังสือเพื่อต้องการเรียนให้รู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง ช่วงอายุ 19 ปี จึงตัดสินใจกลับไปลงเรียนภาคค่ำ สาขาการบัญชี ลงเรียนแค่หนึ่งเทอมเท่านั้น เพราะอยากเรียนรู้บัญชีให้เป็น งบการเงินและโครงสร้างบริษัท รวมถึงคอมพิวเตอร์ เมื่อเรียนแล้วเข้าใจก็ลาออกจากการเรียนและมาทำงานต่อไป
หลังจากนั้นจึงตัดสินใจเปิดบริษัทในช่วงอายุ 21 ปี ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาก็กลับไปเรียนหนังสืออีกรอบ จนกระทั่งจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ต่อมาไปลงเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ที่เลือกเรียนบริหารธุรกิจ เพราะในฐานะที่เป็นผู้บริหารต้องรู้จักวิธีการบริหารต้นทุน การดูงบบัญชี
“ถ้าเป็นผู้บริหารแต่ไม่รู้เรื่องไฟแนนซ์ ธุรกิจแย่แน่นอน ผมจึงเข้าไปเรียนเพราะอยากรู้จริงๆ เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจ”
สำหรับการทำธุรกิจตลอด 18 ปี ขณะนี้ได้ขยายธุรกิจมาใน กทม. และขยายธุรกิจต่อเนื่อง จากธุรกิจวางระบบไฟฟ้า ต่อมาจนถึงธุรกิจวางระบบโทรคมนาคม และธุรกิจบริหารจัดการแรงงาน (เซอร์วิส) ที่มีการจัดหาแรงงาน เอาต์ซอร์ส (Outsource) ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ มีพนักงานในแผนกนี้กว่า 6,000 คน โดยการเลือกทำธุรกิจนี้ เพราะเห็นโอกาสธุรกิจที่มีความต้องการสูงมากในประเทศและมีคู่แข่งน้อย จึงได้ขยายธุรกิจและมีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
ที่ผ่านมา การทำธุรกิจต้องมองโอกาสใหม่อยู่เสมอ และเลือกทำสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ แต่เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูง พร้อมกับตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็วและรอบคอบที่สุด ส่วนการบริหารองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมาก จะให้โอกาสพนักงานทุกคน เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคนสามารถพัฒนา กลายเป็นคนเก่งได้ ทำให้การเลือกแต่งตั้งผู้บริหารในบริษัท จะเลือกแต่งตั้งจากคนในองค์กรเพื่อเลื่อนตำแหน่ง โดยไม่ได้เลือกคนภายนอกมานั่งตำแหน่งผู้บริหาร
“ทุกคนสามารถเป็นคนเก่งได้ หากคนนั้นไม่หยุดพัฒนา ขยัน และเรียนรู้ ผมทำมาแล้วและประสบความสำเร็จกับองค์กรของตัวเอง เลือกคนในองค์กรผลักดันสู่
ผู้บริหาร” ไรวินท์ กล่าว
ไรวินท์ กล่าวต่อว่า ในการทำธุรกิจที่ผ่านมา มีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดี ถือเป็นวัฏจักร สิ่งสำคัญคือ การมีธุรกิจหลายกลุ่มจะช่วยเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง ต้องเตรียมแผนสำรองหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้รับมือไว้ทันท่วงที รวมถึงต้องบาลานซ์ชีวิตให้ดี ทั้งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อน เพื่อให้สมดุล และทำทุกวันให้ดีที่สุด สร้างทุกวันให้มีความสุข
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า หนทางสู่ความสำเร็จของคนอาจจะมาจากการศึกษา บางคนก็มาจากประสบการณ์การทำงาน แต่ผมมาจากประสบการณ์ในการทำงาน เรียนรู้จากสิ่งที่เราเห็น ศึกษาวิธีการทำงานของผู้ใหญ่ที่ทำงานสำเร็จในแต่ละคน พัฒนาต่อยอด มาปรับใช้กับธุรกิจของเรา แต่เราไม่สามารถเลียนแบบใครได้ เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีของแต่ละคน นำมาเป็นต้นแบบนำทางชีวิตเรา
อีกสิ่งสำคัญคือ ทำทุกอย่างด้วยใจ ทำให้ดีที่สุด รวมทั้งให้ความหมายกับคำว่า “โอกาส” ทั้งกับตัวเราเอง พนักงาน และธุรกิจ ที่จะพลิกธุรกิจได้เป็นอย่างดี
หลายคนที่กำลังเริ่มสร้างธุรกิจเพียงคนเดียว ไม่มีความรู้มาก่อน มักเกิดคำถามว่า ธุรกิจจะไปได้ไหม? “ไรวินท์” เป็นคำตอบในเรื่องนี้ได้... เริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ กลายเป็นหนึ่ง ก่อนทวีคูณ จนธุรกิจเติบใหญ่







