posttoday
ผู้อยู่เบื้องหลัง พลังงานทดแทน

ผู้อยู่เบื้องหลัง พลังงานทดแทน

12 กรกฎาคม 2558

แม้จะมีอายุราชการที่น้อยมากแค่ 16 ปีของข้าราชการหนุ่มที่มีอนาคตไกลผู้นี้ แต่ความโดดเด่นในการทำงาน

แม้จะมีอายุราชการที่น้อยมากแค่ 16 ปีของข้าราชการหนุ่มที่มีอนาคตไกลผู้นี้ แต่ความโดดเด่นในการทำงานของ ทวารัฐ สูตะบุตร นั้น เป็นที่ประจักษ์สำหรับข้าราชการในกระทรวงพลังงาน

ผลงานที่ทวารัฐภูมิใจและกลายเป็นมาตรฐานของกระทรวง คือ การปลุกปั้นแผนพลังงานทดแทนระยะยาว 15 ปี ที่กลายเป็นแม่แบบในปัจจุบัน

ทวารัฐ กล่าวว่า ในชีวิตเราคนหนึ่งได้ทำงานใหญ่ไม่กี่ชิ้น งานใหญ่ที่ผมทำมา คือ การปลุกปั้นแผนพลังงานทดแทนให้กลายมาเป็นตัวเสริมพลังงานหลักอย่างไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เคยมีแผนพลังงานทดแทนระยะยาวออกมาเลย แต่ผมและทีมงานสามารถทำให้แผนพลังงานทดแทนเป็นแผนปฏิบัติการได้

ตอนที่ผลักดันเพื่อเสนอแผนพลังงานทดแทนให้หัวหน้า ถูกมองว่า ขายฝัน โม้ ทำไม่ได้หรอก เพราะการกำหนดสัดส่วนให้มีสัดส่วน 20-25% ของการใช้พลังงานทั้งหมดมันยาก

แต่ทวารัฐภูมิใจนำเสนอต่อหัวหน้างานและผู้ใหญ่ ปัจจุบันเขาสามารถนำฝันที่ขายไปสู่การลงทุนมหาศาล

จากเดิมที่ผลิตไฟฟ้ากันไม่กี่ร้อยเมกะวัตต์ แต่ตอนนี้ประเทศไทยมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่มากถึง 6,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท และเมื่อคำนวณผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นในประเทศสูงเป็นล้านล้านบาท

ภาคเอกชนมีการปรับตัวเข้ามาผลิตทดแทนการลงทุนของรัฐได้อย่างมาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็มีการปรับตัว จนแผนพลังงานทดแทนได้ปรับขึ้นมารองรับการขยายตัวทางธุรกิจจากระยะ 15 ปี มาจนถึงปัจจุบันเป็นแผน 20 ปี

“สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานในฐานะข้าราชการ คือต้องทำความเข้าใจและอธิบายให้นายเห็นว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศ ประชาชนคืออะไร รากฐานที่เราต้องสร้างเพื่ออะไร แม้จะยากในการทำความเข้าใจแต่หากเราเห็นว่าสำคัญก็ต้องผลักดันให้เต็มที่ ผมผลักดันเรื่องนี้ให้เห็นเป็นรูปธรรม จนผู้ใหญ่บางคนเห็นผลขนาดจะมีการตั้งองค์กรขึ้นมาบริหารและลงทุนเรื่องพลังงานทดแทนเป็นการเฉพาะ ผมก็ต้องใช้เวลาในการอธิบายว่าเมื่อเป็นทางเลือกรัฐควรให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด เพื่อจะได้ลดภาระการลงทุนของรัฐที่ต้องนำภาษีจากประชาชนมาลงทุน ต้องอธิบาย ทำความเข้าใจ และสุดท้ายก็เห็นผล ปัจจุบันผู้เล่นคือเอกชนเป็นหลัก เพราะผมเชื่อว่าการที่มีผู้เล่นหลายคนในกิจการพลังงาน เปิดให้มีการแข่งขันที่เหมาะสมจะทำให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน”

นอกจากนี้ ทวารัฐบอกว่า ยังรู้สึกภูมิใจกับการมีส่วนร่วมในการตั้งกระทรวงพลังงาน มีส่วนร่วมในการแปรรูป ปตท.

ผมมีโอกาสเรียนรู้เยอะสมัยนั้น จำได้ว่ามีการก่อตัวทางนโยบายมาในช่วงรัฐบาลชวน 2 ยุคนั้นมีนโยบายที่จะเปิดเสรีพลังงานหลายเรื่องทั้งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ พาวเวอร์ พูล มีการเปิดให้แข่งขันในกิจการก๊าซ

“ผมจำได้ว่ามารับราชการใหม่ๆ ตอนอายุ 29 ปี เจองานใหญ่เลยก็เรื่องแปรรูป ปตท. ตอนนั้นมีหลายเรื่องที่เป็นปัจจัยลบต่อการเสนอขายหุ้น ปตท. จำได้ว่าท่านปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ท่านก็อยู่หารือกันจนถึงตี 2 ว่าจะเคาะราคาหุ้นที่จะขายให้ประชาชนเท่าไหร่ ระหว่าง 35 บาท หรือ 36 บาท/หุ้น เพราะราคาน้ำมันตอนนั้นไม่ใช่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แค่ระดับ 30-35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ประกอบกับเกิดเหตุการณ์ 9/11 เข้าไปอีก...เราเป็นข้าราชการตัวเล็กแต่เห็นผู้ใหญ่ถกเถียงกันในเรื่องประโยชน์ของประเทศแล้ว มันยิ่งใหญ่มาก...

“ตอนนั้นยังไม่แยกกระทรวงพลังงาน ผมอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่กรมทรัพยากรธรณี กองเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีส่วนของนโยบายและแผนพลังงาน มีท่านทรงภพเป็นหัวหน้าส่วน สลับกับท่านคุรุจิต ที่ต้องไปอยู่ที่องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) วันที่แปรรูป ปตท.ก็ใช้ห้องเล็กๆ ในส่วนนโยบายและแผนพลังงานที่ผมทำงานนั่นแหละเป็นห้องบัญชาการ ผมก็ทำทุกเรื่อง งานยุคนั้นสนุก ผมเข้ามาทุกคนก็คาดหวัง ให้ความไว้วางใจ โชคดีที่มีพี่ๆ ดีและเก่ง สอนงานกล้าที่จะมอบหมายงานสำคัญให้มีส่วนร่วมด้วย” ทวารัฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พลังงานเป็นกิจการที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนมองว่ามีเงาดำทะมึนอยู่ข้างหลัง เราต้องกล้าที่จะทำให้เห็นว่า ไม่มีเงาทะมึนอยู่ แต่เรามีหน้าที่ต้องสร้างให้ประเทศมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน และมีความยั่งยืนในการใช้ ไม่เช่นนั้นยุ่งแน่

สำหรับการขัดแย้งทางความคิดในเรื่องพลังงานและปิโตรเลียมในขณะนี้ทวารัฐถือเป็นคนหนึ่งที่ยืนบนฐานของความขัดแย้งในด้านข้อมูลและวิธีคิด

เขาบอกว่า ผมป็นนักกีฬา มีน้ำใจนักกีฬา การอยู่บนความขัดแย้งไม่ว่าจะมุมไหน เมื่อคุณยืนอยู่บนเวทีต้องเต็มที่ เมื่อจบก็ต้องจบ อะไรที่ล่วงเกินในเกมให้อภัยกันได้

เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เริ่มไม่ใช่เกมกีฬา เพราะเริ่มเล่นนอกเกม ไม่ได้เล่นในกติกา หลายกรณีที่เกินเลย มีการกล่าวหาลอยๆ จึงอดเป็นห่วงสังคมไทยไม่ได้ว่าถูกมอมเมาด้วยข้อมูลหลอกลวง ข้อมูลที่ผิด

จึงเป็นหน้าที่ของข้าราชการที่จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐ ด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท