
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (4)
ภายหลังจากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศและอิสริยศักดิ์
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
ภายหลังจากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศและอิสริยศักดิ์เป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2520 แล้วในวันที่ 21 ธ.ค. ปีเดียวกันนี้ ก็ได้ทรงดำรงพระยศร้อยเอกหญิง ครั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศิลปากรและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2525 ก็ทรงเข้ารับราชการเป็นพระอาจารย์ ประจำกองวิชากฎหมาย และสังคมศาสตร์ ส่วนการศึกษาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ พล.ต.ยุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในขณะนั้น ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมวิทยา พระองค์จึงทรงเป็นทูลกระหม่อมอาจารย์ของนักเรียนโรงเรียนนายร้อยในขณะดำรงพระยศพันตรีหญิง
ในปี 2525 ทรงพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับบุตรหลานข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป เปิดทำการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2525 โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และทรงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกครั้ง รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปในงานปิดภาคเรียนของโรงเรียนทุกครั้ง เพื่อพระราชทานทุนพระราชทานส่งเสริมการเรียนดี และพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากสถานศึกษาต่างๆ คือ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ วิทยาลัยในวังชาย วิทยาลัยในวังหญิง โรงเรียนผู้ใหญ่พระดาบส ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กาญจนาภิเษกวิทยาลัย (ช่างทองหลวง)
ครั้นถึงปี 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์บริหารโรงเรียนจิตรลดา พระองค์ทรงดำเนินรอยตามพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางไว้เป็นรากฐาน ทรงรับราชภาระในการทรงวินิจฉัยเรื่องนโยบายหลัก และเรื่องสำคัญอื่นๆ ทรงห่วงและใส่พระทัยในกิจการต่างๆ ของโรงเรียนตลอดเวลา ทรงเอาพระทัยใส่ในผลการเรียนของเด็กนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะเด็กพิเศษ ซึ่งโปรดให้ตั้งเป็นโครงการเรียนตามศักยภาพ ดำเนินรอยตามพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เด็กพิเศษได้เรียนเต็มศักยภาพ โดยมิได้มุ่งเน้นสอนเฉพาะเด็กที่เก่ง นอกจากนี้ ยังเปิดสอนภาษาจีน ตั้งแต่ชั้นประถม 1 ซึ่งเด็กยังอยู่ในวัยที่ขีดเขียนไม่ได้ แต่เมื่อเรียนแล้วก็พูดได้ ร้องเพลงจีนได้ โต้ตอบได้ โดยเปิดสอนจนถึงชั้น ม.3 ครั้นถึงชั้น ม.4 ม.5 ม.6 ก็ให้เป็นวิชาเลือก เพราะต้องเรียนหลายภาษา นอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังมีภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และจีน
พระองค์ทรงเน้นให้โรงเรียนจิตรลดาขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน นอกจากจะมีอนุบาล ประถม มัธยม และสายวิชาชีพ โดยได้เปิดโรงเรียนจิตรลดาระดับ ปวช.มา 10 ปีแล้ว เมื่อเปิด ปวช.จบปี 3 แล้วก็เปิดระดับ ปวส.ต่อจนกระทั่งเดือน พ.ค. ปี 2527 ก็เปิดวิทยาลัยเป็นปีแรก ชื่อ วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ในชั้นต้นมี 2 คณะ คือ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วก็จะได้วุฒิปริญญาตรี ทรงมีรับสั่งว่าอยากให้โรงเรียนจิตรลดาเปิดสายวิชาชีพ เนื่องจากเมืองไทยขาดแคลน ซึ่งมีผู้คนให้ความสนใจมาก







