posttoday
แล้งระทึก... ลามลึกถึงปีหน้า

แล้งระทึก... ลามลึกถึงปีหน้า

12 กรกฎาคม 2558

สถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้มีความน่ากังวลสูงมาก และหากฝนไม่ตกในระยะนี้จะมีผลต่อน้ำต้นทุนสูง

โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์

“เรายังมีน้ำที่สามารถดึงเข้าระบบเพื่อผลิตน้ำได้ และหากจะไม่มีฝนตกลงมาในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ กปน.ก็ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้”

แม้ว่า ธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) จะยืนยันให้คนกรุงมั่นใจอีกครั้งว่า ไม่ว่าภัยแล้งจะวิกฤตรุนแรงเพียงไร กรุงเทพฯ ก็ไม่มีทางขาดน้ำเด็ดขาด

ถึงวันนี้ใครยังเชื่อเช่นนั้นบ้าง เพราะความหวังสุดท้ายที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าจะบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้ จนเฝ้ารอแล้วรอเล่า คือให้ฝนเทกระหน่ำหนักๆ หรือเกิดมรสุมในพิกัดเหมาะสม คือเหนือเขื่อนในภาคเหนือเพื่อกักน้ำไว้ใช้ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้น ครั้นมีข่าวดีว่าพายุจะเข้าประเทศ ก็กลับไปในที่ที่ไม่ต้องการ เช่น ภาคใต้ บ้างก็เบี่ยงไปประเทศอื่นแทน

ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ฝนจะตกในไทยเพิ่มขึ้นในวันที่ 20 ก.ค. และจะต่อเนื่องไปตั้งแต่เดือน ส.ค.ถึง ต.ค.นี้ ข่าวดีคือมีแนวโน้มจะมีพายุเกิดขึ้น 2 ลูก ลูกหนึ่งในภาคเหนือตอนบนแน่ๆ ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำฝนในไทยใกล้เคียงกับปีก่อน

คำพยากรณ์นี้อาจทำให้เราชื่นใจบ้างเล็กน้อย แต่หากฝนไม่มาตามนัด ไม่มาเติมน้ำเขื่อน จะเกิดอะไรขึ้น? ผู้ว่าการ กปน.ระบุว่า หากเป็นเช่นนั้นก็น่าห่วง เพราะคนกรุงเทพฯ จะมีน้ำประปาไว้ใช้สอยเหลือแค่ 30 วัน

นั่นเป็นบทสัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติเมื่อวันที่ 6 ก.ค. แม้ต่อมาผู้ว่าการ กปน.จะสร้างความมั่นใจว่าน้ำมีแน่ ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ก็บนเงื่อนไขที่กรมชลประทานได้ยืนยันกับ กปน.ว่ายังสามารถส่งน้ำเข้าสู่การอุปโภคและบริโภคได้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ ที่จะไม่มีปัญหาการขาดน้ำแน่นอน

เงื่อนไขดังว่าไม่ใช่ง่าย เพราะต้องพึ่งพาเทวดาฟ้าฝนให้เทน้ำหล่นจากฟ้าในช่วง 1 เดือนจากนี้ มิฉะนั้นประเทศไทยจะแห้งขอด กระทบภาคเกษตร การใช้ชีวิต การบริการต่างๆ ลามไปถึงภาวะเศรษฐกิจของชาติ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่าภัยแล้งปีนี้ฉุดจีดีพีลดลง 0.52%

ทว่าเพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะคนกรุง ผู้ว่าการ กปน.แนะนำประชาชนควรสำรองน้ำสำหรับดื่มไว้ครอบครัวละไม่ต่ำกว่า 60 ลิตร ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก 3-4 คน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

“ขณะนี้เรายังมีน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา และถึงแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดก็แค่น้ำกร่อย ซึ่งยังสามารถใช้อาบได้อยู่ ขอย้ำว่า กทม.จะไม่ได้รับผลกระทบทั้งน้ำอุปโภคและบริโภค” ผู้ว่าการ กปน.มั่นใจ

ณ วันนี้ ภาพการสำรองน้ำในกรุงเทพฯ อาจยังไม่แจ่มชัดเหมือนคนต่างจังหวัดที่ในบางพื้นที่ถึงขั้นเปิดศึกทำสงครามแย่งน้ำ กระนั้น เมื่อดูยอดซื้อน้ำบริโภคในกรุงเทพฯ ก็เริ่มเห็นสัญญาณความกังวลที่
น้ำดื่มเริ่มขายดีขึ้นมา

วารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายน้ำดื่มของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ขณะนี้มียอดเพิ่มขึ้นประมาณ 27% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ปัจจัยที่เพิ่มขึ้นคงไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องภัยแล้งอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการที่บริษัทมีการทำโปรโมชั่นลดราคาน้ำดื่มแบบแพ็กอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ยอดขายน้ำดื่มในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเติบโตจากช่วงเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ทางห้างจะติดตามความต้องการน้ำดื่มของลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน หากลูกค้าสั่งซื้อมาก ก็จะเตรียมน้ำดื่มไว้ให้

ถ้าไม่มีคำเตือนตรงๆ จากผู้ว่าการ กปน.ว่าอาจเหลือน้ำให้ใช้ 30 วัน คนกรุงอาจรู้สึกว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งเท่าไรนัก ทั้งที่ความจริงวิกฤตภัยแล้งได้เริ่มลามเข้ากรุงเทพฯ มาระยะหนึ่งแล้ว เช่น น้ำประปาไหลเอื่อยเป็นบางเวลา ขณะที่จังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ กระทบให้เห็นหลายจุด ภาพที่ชัดที่สุด คือถนนเลียบคลองหลายจังหวัดทรุดตัวราวกับเกิดแผ่นดินไหว 

ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีแจ้งให้ชาวบ้าน 3 อำเภอ เร่งสำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภคเป็นการด่วน โดยระบุว่า กรมชลประทานจะงดระบายน้ำลงพื้นที่คลอง 13 ทำให้ไม่มีน้ำดิบทำน้ำประปา ขณะที่ผู้เลี้ยงปลากระชังคลอง 13เสียหายหนัก ปลาเริ่มตาย เนื่องจากน้ำในคลองลดต่อเนื่อง

รัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ปริมาณน้ำดิบภาพรวมทั้งหมดลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคอีสานได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนในพื้นที่ปริมณฑล หลังจากทุกฝ่ายคาดหวังจะมีฝนตกลงมาเพื่อเพิ่มระดับน้ำ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ซึ่งจะกระทบกับกรุงเทพฯ ด้วย

“การใช้น้ำประปาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี รวมถึงแถบรังสิตจะมีผลกระทบมาก”

ผู้ว่าการ กปภ.ให้เหตุผลว่า เนื่องจากการปล่อยน้ำดิบจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีลงมาน้อย อย่างพื้นที่คลอง 13 เหลือน้อยมาก ซึ่งทาง กปภ.พยายามเติมน้ำแต่ละจุดให้เพิ่มขึ้น บางจุดมีการผันจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาเติมในพื้นที่ที่ใช้น้ำร่วมกับคลอง 13 ซึ่งต้องยอมรับว่าขณะนี้ถือว่ามีน้ำน้อยในการใช้ผลิตน้ำประปา

“จากสถานการณ์ภัยแล้งน้ำที่ลดแห้งลงอย่างชัดเจน ทำให้ต้องลดปริมาณการผลิตน้ำประปาน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งการแก้ไขก็พยายามชะลอน้ำไว้เพื่อใช้ในการผลิตให้
มากที่สุด”

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ทาง กปภ.ได้เตรียมแผนการรองรับไว้ โดยจะเน้นไปที่การดูแลจุดจ่ายน้ำและซื้อน้ำเพิ่มเติมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน คาดว่าคงไม่ถึงขั้นกับการจ่ายน้ำเป็นเวลาเหมือนในพื้นที่ต่างจังหวัดบางพื้นที่ คงมีเพียงแค่ปัญหาเรื่องแรงดันน้ำอาจจะลดลง น้ำไหลช้าหรือน้อยลงเท่านั้น

ความเห็นจากนักวิชาการอย่าง เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้มีความน่ากังวลสูงมาก และหากฝนไม่ตกในระยะนี้จะมีผลต่อน้ำต้นทุนสูงเช่นกัน

“ขณะนี้คาดว่าน้ำต้นทุนสำรองใช้ได้ไม่เกิน 20 วัน เนื่องจากเขื่อนหลักที่สำคัญ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล มีปริมาณสำรองน้ำที่ใช้การได้ไม่เกิน 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปัจจุบันมีการปล่อยน้ำสำหรับใช้วันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นหากฝนไม่ตกหรือตกแต่น้ำไม่เข้าเขื่อนจะมีผลให้ผู้ใช้น้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แนวทางที่เหมาะสมคือ รัฐบาลควรประกาศให้เกษตรกรหยุดเพาะปลูกและจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากขณะนี้เกิดปัญหาขึ้นระหว่างเกษตรกรและชาวบ้านใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่แย่งกันใช้น้ำที่มาจากแหล่งต้นทุนเดียวกันคือจากลุ่มเจ้าพระยา ดังนั้นน่ากังวลว่าอาจต้องเริ่มมาตรการให้ทุกภาคส่วนลดการใช้น้ำ 25% ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดขึ้น” เสรี กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันน้ำต้นทุนในลุ่มเจ้าพระยาเหลือสำหรับใช้ได้เพียง 3% เท่านั้น ซึ่งถ้าน้ำต้นทุนในช่วงเดือน ต.ค.เหลือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อาจส่งผลกระทบถึงปีหน้าด้วย ผู้ที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ เกษตรกรและชาวบ้าน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมนั้นมีน้ำสำรองอยู่แล้ว

นับถอยหลังจะ 20 วัน หรือ 30 วันจากนี้ก็ตาม ก็ขอให้ท่านเทวดาเจ้าขา ช่วยส่งฝนห่าใหญ่ลงมาด้วยที มิฉะนั้นจะขาดน้ำกันทั้งเมือง ช่างกลับตาลปัตรกับปี 2554 เสียจริงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่จน “เอาไม่อยู่”

ปัญหาอยู่ที่ไหน การบริหารน้ำในเขื่อนผิดพลาด หรือธรรมชาติไม่สมดุล ที่ทำให้เกิดวิกฤตแล้งไม่ต่างจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท