
เร่งตรวจดีเอ็นเอชายต้องสงสัยคลี่ปมสังหารเสี่ยสมยศ
เร่งตรวจดีเอ็นเอชายต้องสงสัยเปรียบเทียบกับจยย.ที่พบย่านรามคำแหงคลี่ปมสังหารเสี่ยสมยศ
เร่งตรวจดีเอ็นเอชายต้องสงสัยเปรียบเทียบกับจยย.ที่พบย่านรามคำแหงคลี่ปมสังหารเสี่ยสมยศ
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้มีการเชิญผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำยังไม่ได้มีการจับกุมมือปืนที่ก่อเหตุยิงนายนายสมยศ สุธางค์กูร หรือ ทนายสมยศ อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ รวมทั้งผู้จ้างวานแต่อย่างใด และคงตั้งปมสังหารไว้ตามเดิมทั้ง 3 ประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว และยังไม่พุ่งเป้าหรือให้น้ำหนักไปทีประเด็นใดเป็นพิเศษ ตรวจสอบทุกประเด็น
วานนี้ชุดคลี่คลายคดีได้พบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ นำมาจอดทิ้งไว้ที่รกร้าง ย่านรามคำแหง24/2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของใคร โดยประสานข้อมูลกับทางกรมขนส่งทางบก เบื้องต้นพบว่าเจ้าของคือนายหลง สายแดง อายุ 32 ปี อยู่เลขที่ 58/1 หมู่ 8 ต.ปากเกร็ด อ.ปาก– เกร็ด จ.นนทบุรี และจากการตรวจสอบประวัติพบว่ารจยยคันดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งหายไว้ อีกทั้งได้ให้ทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายหลง ก็ได้ให้การว่า ซื้อรถ จยย.คันดังกล่าวเมื่อปี 45 ใช้อยู่ 3-4 ปีแล้วนำไปขายให้ร้านสุเมธไซเคิ้ล ย่านปากเกร็ด จนร้านขายให้เจ้าของรายใหม่แล้ว
ทั้งนี้จะขยายผลข้อมูลการครอบครองรถว่า หลังจากที่รถที่ก่อเหตุมีการผลัดเปลี่ยนมือจากนายหลงแล้วตกไปที่ใครบ้างเพื่อนำมาเป็นข้อมูล รวมทั้งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณซอยรามคำแหง 24 แยก 2 เพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำรถจยย.มาทิ้ง และขยายผลหาเส้นทางหลบหนีต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า ในส่วนของการติดตามตัวผู้ก่อเหตุนั้นได้สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีของกองบังคับการปราบปราม สนธิกำลังร่วมกัน ในการตรวจสอบซุ้มมือปืน ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปพื้นที่ของบช.ภ.7 และภาค 8 อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้อยู่ระหว่างการหาข่าว เพื่อหาความชัดเจน ยืนยันว่ายังไม่ได้ตัวมือปืนที่ก่อเหตุ หรือระบุได้แน่ชัดว่ามือปืนที่ก่อเหตุมาจากซุ้มมือปืนไหน
สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้นั้นเป็นอาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ จากการพิสูจน์ทราบว่าเป็นหัวกระสุนขนาด .38 ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งปืนที่มีขนาด .38 รีวอลเวอร์ หรือ .357







