posttoday
อดอยากซ้ำสอง

อดอยากซ้ำสอง

11 กรกฎาคม 2558

อยู่เมืองจีนเคยอดอยากลำบากมามาก เคยคิดฝันว่า มาเมืองไทยแล้วจะสบาย ได้กินอิ่ม นอนหลับ ลำบากน้อยกว่า

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

อยู่เมืองจีนเคยอดอยากลำบากมามาก เคยคิดฝันว่า มาเมืองไทยแล้วจะสบาย ได้กินอิ่ม นอนหลับ ลำบากน้อยกว่า แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

ชีวิตที่เมืองไทยลำบากทุกข์ยากตั้งแต่เริ่มต้น ถูกจับเข้าห้องขัง หลังจากนั้นต้องมาอยู่กับพี่ชาย ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าชีวิตของพี่ชายคนโตที่เมืองไทยลำบากอย่างไร คิดว่าพี่ชายสบายกว่าผมที่อยู่เมืองจีน ความจริงแล้วผมคิดผิด

ผมมาอยู่เมืองไทยกับพี่ชายคนโตแถววัดดวงแข ในกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นเรียกกันว่า “พระนคร” การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของพี่ชาย มีสภาพแร้นแค้นแทบไม่ต่างจากสภาพความเป็นอยู่แสนอัตคัดของผมขณะที่อยู่เมืองจีนเลย ผมอดนึกในใจไม่ได้ว่า

“นี่ผมเข้าตำราหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า”

แต่ถึงเป็นเช่นนั้น ผมก็ไม่มีสิทธิเดินถอยหลัง ชีวิตตอนนี้มีแต่ต้องเดินหน้าอย่างเดียว จะผ่านร้อนผ่านหนาว ลำบากอย่างไรก็ต้องเดินหน้าตะลุยฝ่าไปให้ได้

พอคิดได้อย่างนั้นก็ทำให้มีพลังจะสู้ความลำบาก...

วันแรกๆ ในเมืองไทย ผมต้องปรับตัวหลายอย่างเพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในเมืองไทย ยังไม่ต้องคิดถึงความก้าวหน้า คิดแค่ว่าทำอย่างไรจึงจะมีงานทำ มีเงินเลี้ยงตัวเองได้ก็เพียงพอแล้ว

เรื่องแรกที่ถือเป็นเรื่องสำคัญสุด คือเรื่องภาษา ซึ่งเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินไทย ในเมื่อผมพูดไทยไม่ได้ ฟังภาษาไทยก็ไม่รู้เรื่อง จะไปพูดคุยติดต่อขอทำงานกับใครก็ลำบากได้ ผมจึงคิดว่าเรื่องเร่งด่วน คือผมจะต้องหัดเรียนรู้ภาษาไทยให้เข้าใจได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะการเรียนรู้ภาษาไทยจำเป็นที่สุด

เรื่องที่สองที่ผมต้องคิดหนัก รู้สึกไม่สบายใจ ก็คือการใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวของพี่ชาย อย่างที่บอกแล้วว่า สภาพครอบครัวของพี่ชายแร้นแค้นลำบาก ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามาอยู่บ้านนี้ พวกเขามีปัญหาไม่ค่อยมีอะไรกินกันอยู่แล้ว หรือมีกินก็จำกัดจำเขี่ยเต็มที แต่พอผมเข้ามาอยู่ด้วยกลายเป็นการเพิ่มปากเพิ่มท้องเข้าไปอีก ผมกลายเป็นภาระของครอบครัวทำให้พวกเขาลำบากเพิ่มขึ้น

ผมบอกกับพี่ชายว่า “พี่ครับผมเกรงใจพี่ ผมจะพักอยู่กับพี่ไม่นาน แล้วผมก็จะไป ผมจะรีบหางานทำ”

“ฮื้อ...อย่าคิดมากน่ะซิวซี แกเป็นน้องของฉัน ลำบากยากจนยังไงเราก็ต้องช่วยเหลือกัน แกจะอยู่กับพี่ไปตลอดก็ได้ พี่เป็นพี่ชาย มีหน้าที่ดูแลน้องแทนพ่อแม่อยู่แล้ว”

พี่ชายผมเป็นพี่ที่รักน้อง ฟังพี่พูดแล้ว ผมรู้สึกสบายใจคลายกังวล แต่ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ กลับยิ่งคิดว่าจะต้องไม่อยู่เป็นภาระ แต่จะช่วยพี่ชายทำงานหาเงิน พี่ชายของผมมีอาชีพเป็นช่างรองเท้า ทำและขายด้วย เมื่อผมมาอยู่ด้วย ภาระก็เพิ่มขึ้น พี่ชายต้องรีบทำงานอย่างรวดเร็ว ผลิตรองเท้าให้ได้มากขึ้น เพื่อนำสินค้าออกไปเร่ขาย แล้วต้องขายให้ได้มากขึ้นด้วย เพื่อหาเงินเอามาซื้ออาหารให้กับทุกคนในครอบครัว ถ้าวันไหนผลิตของขึ้นมาแล้วขายไม่ออกหรือขายได้ช้า ทุกคนก็ต้องอดอาหาร

ความบีบคั้นเช่นนั้น บางครั้งทำให้พี่ชายของผมตัดสินใจขายสินค้าในราคาถูกๆ จนแทบไม่ได้กำไร เพื่อจะได้มีเงินกลับบ้านมาซื้ออาหารเลี้ยงครอบครัว ความลำบากแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งจะมาเป็นตอนผมมาอาศัยอยู่ด้วย แต่เป็นมานานแล้ว และเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีผมเข้ามาอยู่ในบ้าน

แต่ละวันพี่สะใภ้ต้องหุงข้าวแล้วใส่วัตถุดิบอื่นๆ ที่พอจะเพิ่มปริมาณลงไปได้ในหม้อเสมอ ทำคล้ายๆ กับที่เมืองจีน ผมเห็นแล้วสะท้อนในอก อุตส่าห์หนีจากสภาพชีวิตรันทดมาจากเมืองจีน พอมาอยู่เมืองไทยซึ่งได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ ทำไมผมยังต้องเจอสภาพแบบนี้ ต้องมาอดอยากซ้ำสอง

นั่นทำให้เกิดความกดดันในบ้านมากยิ่งขึ้นไปอีก เป็นเรื่องที่พี่สะใภ้รับไม่ค่อยได้ จึงไม่แปลกที่เธอจะไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไร ผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกของเธอ แม้พี่สะใภ้จะวางท่าบึ้งตึงใส่ผม ผมก็ไม่รู้สึกโกรธเธอ ตรงกันข้ามผมคิดว่าจะต้องช่วยทำงาน ช่วยหาเงินเข้าบ้าน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

สองสามวันผ่านไป พี่สะใภ้เก็บความไม่พอใจที่มีผมมาเป็นภาระในบ้านด้วยไม่ไหว เธอพูดโพล่งออกมาตรงๆ เลยว่า “ทุกวันนี้ครอบครัวเราก็หาไม่พอกินอยู่แล้ว ยังจะมีคนอื่นมาเพิ่มภาระอีก ฉันหวังแต่ว่าเธอจะเข้าใจ รีบช่วยเหลือตัวเองและไม่มาเป็นภาระกับเรานานนัก”

ได้ยินคำพูดของพี่สะใภ้แล้ว ผมก็ไม่สบายใจ พยายามอธิบายให้พี่สะใภ้เข้าใจว่า ผมไม่ได้คิดจะมาเกาะพี่ชายกิน แต่ไม่เป็นผล...

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ