
วสท.ชง4ข้อแก้ถนนทรุด
ภัยแล้งรุนแรงออกแบบไม่ได้มาตรฐานและใช้งานผิดประเภททำให้ถนนเลียบคูคลองบ้านริมตลิ่งทรุด
ภัยแล้งรุนแรงออกแบบไม่ได้มาตรฐานและใช้งานผิดประเภททำให้ถนนเลียบคูคลองบ้านริมตลิ่งทรุด
นายสุชัชวีร์ สุวรรณศักดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยว่า ปีนี้วิกฤตภัยแล้งรุนแรงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะบริเวณที่มีตลิ่งสูงชัน ถนนที่อยู่เลียบแม่น้ำลำคลองเกิดการทรุดตัว
ทั้งนี้ ถนนได้พังทลายเสียหายจำนวนมาก เช่น จ.สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพราะมีคูคลองมาก รวมถึง จ.ชัยนาท ที่บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบมากจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาแห้งลง จนเป็นสาเหตุให้บ้านริมตลิ่งเสียหายและทรุดตัวลง
นายสุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า การพิบัติทางวิศวกรรมโดยทั่วไป มีสาเหตุ 4 ประการ คือ 1.การออกแบบถูกต้องหรือไม่ 2.ก่อสร้างตามแบบและข้อกำหนดของวิธีปฏิบัติหรือไม่ 3.ใช้งานผิดประเภทหรือไม่ และ 4.เกิดจากภัยพิบัติที่ไม่คาดคิดหรือไม่ เช่น แล้งหนัก น้ำท่วม สึนามิ เป็นต้น
ด้าน นายสุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อุปนายก วสท. และประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพี กล่าวว่า ได้เสนอ 4 แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน 1.ควรตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว 2.ควรทบทวนความสำคัญของถนนให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง 3.การสำรวจชั้นดินฐานรากในการก่อสร้างถนนริมคลอง และ 4.ถนนบางสายอาจออกแบบให้ใช้ประโยชน์ป้องกันน้ำท่วมควบคู่กับการใช้เป็นถนนเพื่อการจราจร
ขณะที่ถนนริมแม่น้ำยม บริเวณหมู่ 1 และ 2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เกิดการทรุดตัวและพังทลายลงมาเป็นทางยาว ภายหลังระดับน้ำในแม่น้ำยมลดลง จนทำให้ดินทรุดตัว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลทับผึ้ง จึงได้มีการเร่งซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาแล้ว
นอกจากนี้ เช่นเดียวกับที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย อาศัยอยู่ริมตลิ่งต้องขนย้ายสิ่งของไปอาศัยอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย หลังจากคลองระพีพัฒน์เส้นเลือดใหญ่ส่งระบายน้ำทุ่งอยุธยา-รังสิต จ.ปทุมธานี และนครนายก ทรุดลงต่อเนื่อง







