
กสทช.เพิ่งตื่น ตามเงินทรูมูฟ ค้างจ่ายมานาน
กสทช.ยันทรูมูฟ-ดีพีซีที่ครอบครองคลื่น 1800 MHz ต้องจ่ายคืนรัฐงวดแรกเดือน ส.ค.นี้
กสทช.ยันทรูมูฟ-ดีพีซีที่ครอบครองคลื่น 1800 MHz ต้องจ่ายคืนรัฐงวดแรกเดือน ส.ค.นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า แม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีคำสั่งมาตรา 44 ขยายเวลาคุ้มครองลูกค้าที่ใช้บริการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ให้กับบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอล โฟน (ดีพีซี) ออกไปจนกว่าจะได้ผู้บริการรายใหม่ แต่รายได้ที่เกิดขึ้นหลังสิ้นสุดสัญญาเอกชนต้องจ่ายให้กับรัฐ
ทั้งนี้ รายได้ของบริษัท ทรูมูฟ และดีพีซี ที่เกิดขึ้นหลังจากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ตั้งแต่งวดแรกวันที่ 16 ก.ย. 2556–15 ก.ค. 2557 และงวดที่ 2 ตามประกาศของ คสช. เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2557-17 ก.ค. 2558 งวดที่ 3 ที่ คสช.ได้มีหนังสือให้ กสทช.ขยายเวลาเยียวยาออกไปอีก หลังจากวันที่ 17 ก.ค. 2558 โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายของทั้งบริษัท ทรูมูฟ และดีพีซี รวมถึงค่าโครงข่ายของบริษัท กสท โทรคมนาคม (CAT) แล้ว จะต้องส่งเงินคืนแก่ภาครัฐทั้งหมด
นายฐากร กล่าวว่า ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ กสทช.จะสามารถคำนวณรายได้หลังจากการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อส่งคืนให้แก่ภาครัฐต่อไป ซึ่งมั่นใจจะมีเงินคืนแก่รัฐอย่างแน่นอน
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.และกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ตั้งแต่มีมาตรการเยียวยาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2556 จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถคำนวณต้นทุนรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ จึงไม่มีการส่งเงินคืนกลับมาที่ กสทช.อีกทั้งข้อมูลตัวเลขของรายได้ของเอกชนก็ไม่ชัดเจน บางเดือนขาดทุนและบางเดือนก็มีกำไรน้อย หรือบางเดือนมีรายได้สูงมาก
ขณะที่บริษัท กสท โทรคมนาคม ทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อขอเรียกร้องรายได้จากการให้บริการโครงข่ายแก่เอกชนในวงเงินสูงกว่าหมื่นล้านบาท







