
“บิ๊กตู่” ยันส่ง“อุยกูร์”กลับจีนยึดกฎหมายระหว่างประเทศ
“นายกฯ” ยัน ส่ง “อุยกูร์” กลับจีน ทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำ ไทย ไม่สามารถรับภาระได้อีก ลั่น ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับตุรกี ระบุ จีนรับรองความปลอดภัย
“นายกฯ” ยัน ส่ง “อุยกูร์” กลับจีน ทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำ ไทย ไม่สามารถรับภาระได้อีก ลั่น ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับตุรกี ระบุ จีนรับรองความปลอดภัย
เวลา 11.10 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีหลายประเทศตำหนิทางการไทยที่ส่งชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งกลับไปประเทศจีนว่า ใครประท้วง แล้วเวลามีปัญหากับที่อื่น ไทยเคยประท้วงคนอื่นบ้างหรือไม่ ไทยเคยประท้วงเขาบ้างไหม เวลาที่มีการทำอะไรให้ประเทศเสียโอกาส เขาเคยชี้แจงแทนรัฐบาลบ้างไหม เรื่องดังกล่าวได้พูดไปแล้วว่าอะไรถูกหรือผิด โดยเราต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ในฐานะที่เรามีพันธะสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งมีทั้งประเทศตุรกีและจีน ถามว่าถ้าเราทำอะไรไม่เป็นธรรมได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เหตุประท้วงที่ประเทศตุรกี ที่มีการทำลายสถานกงสุล แล้วประเทศอื่นโดนด้วยหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าเขาทำลายสถานทูตจีนไปแล้ว เรื่องนี้ต้องดูว่าอะไรคือผลประโยชน์ของชาติ กฎหมายระหว่างประเทศเราทำทุกอย่าง แต่ก็ต้องดูกฎหมายของไทยด้วย ต้องดูว่าที่เข้ามาในประเทศไทยนั้น เข้ามาอย่างไร เป็นการอพยพมาหรือไม่ เมื่อหนีมาแล้วเข้าประเทศได้อย่างไร การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ และกฎหมายที่กระทำต่อผู้หลบหนีเข้าเมืองจะต้องทำอย่างไร ซึ่งต้องจับตัวไว้ก่อน
นายกฯ กล่าวอีกว่า กรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอ่อนไหว สื่อต้องระมัดระวังในการนำเสนอ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ รัฐบาลเองก็พยายามขอร้อง และพยายามพูด แต่พูดมากนักก็ไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็จะเสียผลประโยชน์ด้วย และสิ่งที่ต้องดูคือ 1.คนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ 2.คนเหล่านี้มีชาติกำเนิดอย่างไร เพราะแม้ว่าจะเป็นประเทศใดที่หลบหนีเข้าเมืองถือว่าผิดกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปของกฎหมายทุกประเทศคือการพิสูจน์สัญชาติ เมื่อพิสูจน์แล้วว่าใครอยู่ที่ไหน หากมีกรณีความผิดต้องส่งกลับประเทศหรือไม่ หรือจะให้ไปไหนก็ได้ ก็ต้องไปหาทางคุยกันให้ได้ ทั้งอุยกูร์ จีน ตุรกี โดยต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะรัฐบาลไทย ไม่สามารถรับภาระเหล่านี้ได้อีกต่อไป แต่โดยขั้นต้นเราสามารถดูแลได้ เพราะเรารับดูแลมากี่ปีแล้ว จนมีลูกมีหลานเยอะแยะไปหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายประเทศไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศจีนบอกจะดูแลความปลอดภัยให้ วานนี้(8ก.ค.) ตนก็พูด ทำไมต้องถามซ้ำ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามจีนเขาสิ เพราะจีนรับรองมากับฝ่ายความมั่นคงแล้ว ว่าจะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด โดยคนที่เราส่งตัวกลับไปเขาจะพิสูจน์เพื่อทราบอีกครั้งหนึ่ง ว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องเขาก็จะปล่อยหมด โดยจีนพร้อมที่จะให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ของไทย และองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปดูแล ว่าปฏิบัติต่อคนเหล่านี้อย่างไร ในเมื่อแถลงไปแล้ว จะเอาอะไรกันอีก ก็ต้องไปดูว่าเขาลงโทษจริงหรือเปล่า ลงโทษถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเขายืนยันว่าต้องทำตามกระบวนการยุติธรรม เขาไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากจะฝากว่าการที่ไปทำลายสถานทูต และสถานกงสุล มันคงไม่ใช่ เพราะเรายังคงปกป้องทุกคนที่อยู่ในประเทศ และวานนี้(8ก.ค.) ก็ได้ส่งคนไปดูแลสถานทูตตุรกีในไทยแล้ว นี่คือบทบาทที่ไทย จะต้องยืนยันในหลักการของเรา ไทยกับตุรกีไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกันเลย ทูตของตุรกี ก็บอกว่าพร้อมจะลงทุนกับรัฐบาล แล้วมีเหตุผลใดที่ตนจะต้องไปทำลายการลงทุนระหว่างไทยกับตุรกี หรืออยากให้ตนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนด้วย จะให้ตนเลือกทางใด จะเอาอย่างไร คนทั้งประเทศตอบมาสิ
เมื่อถามว่าคิดว่าทำไมท่าทีของต่างประเทศถึงให้ความสำคัญกับการส่งผู้อพยพกลับจีน มากกว่าการทำลายสถานกงสุลของไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาตรฐานของต่างประเทศเขาดูด้วยโลกปัจจุบัน หลักสิทธิมนุษยชน ต้องถามว่าเขาได้มาดูคนอพยพทั้งหมดแสนสี่ หรือสี่แสนเมื่อ 30 ปีก่อนเหมือนเราหรือไม่
“ใครประท้วงเรา ใครที่ยื่นว่าเราทำอย่างโน้นอย่างนี้ ว่าไม่ถูกต้อง ใคร! ก็ UNSCR นั่นหละ ดูให้มันครบสิ ผมไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร จะให้ผมไปทะเลาะกับนี่กับโน้นบ้าง ทะเลาะแล้วถามว่าประเทศได้อะไร ก็ไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง สื่อต้องช่วยผม คลายปัญหาเหล่านี้ ด้วยหลักการของกฎหมายไทย กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ดูทุกอัน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยสองถึงสามประเทศนี้ เป็นมิตรที่ดีต่อกันหมด แล้วจะให้รบกันหรืออย่างไร หรือจะพ่วงเรื่องศาสนาเข้าไปอีก ของเก่ายังแกะกันไม่ออก ปัญหาเยอะแยะไปหมด ทำไมต้องสร้างปัญหา รัฐบาลต้องทำงาน พอบอกว่าดูแลไม่ดี คนแออัด แล้วถามว่าได้ส่งคนเหล่านี้ไปตุรกีด้วยหรือไม่ ก็ส่งไปก่อนอีก แล้วจะเอาอะไรอีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าปวดหัวกับปัญหานี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยบอกว่า “อย่ามาถามผม” ก่อนยุติการสัมภาษณ์ด้วยอารมณ์โมโห







