posttoday
พลิกแผนสู้แล้ง สูบน้ำบาดาลผลิตประปา-ป้อนอุตฯ

พลิกแผนสู้แล้ง สูบน้ำบาดาลผลิตประปา-ป้อนอุตฯ

10 กรกฎาคม 2558

ปัญหาวิกฤตแผ่นดินทรุดน้ำใต้ดินคืนสภาพสมดุลแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

ปัญหาวิกฤตแผ่นดินทรุดน้ำใต้ดินคืนสภาพสมดุลแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เตรียมเสนอรัฐบาลให้สูบน้ำบ่อบาดาลผลิตประปาและใช้ในอุตสาหกรรมแทนน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา

ชัยพร ศิริพรไพบูลย์ ผู้ตรวจราชการ ทส. บอกว่า หลังจากเดินหน้าโครงการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยระยะเร่งด่วน โดยดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลทั้งสิ้น 511 บ่อ ดำเนินการไปแล้ว 271 บ่อ คิดเป็นปริมาณน้ำบาดาลที่นำขึ้นมาใช้ประโยชน์ จำนวน 2.4 หมื่น ลบ.ม./วัน

หากดำเนินการตามแผนงานได้สำเร็จจะสามารถช่วยเหลือพื้นที่เกษตรให้สามารถสูบน้ำบาดาลมาใช้ได้ประมาณ 3.5 แสน ลบ.ม./วัน โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 1-3 แสนไร่ ใช้งบทั้งสิ้น 175.64 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ที่ดำเนินการทั่วพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างบางส่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้

อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล บอกว่า ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างมีปริมาณน้ำบาดาลที่จะสูบขึ้นมาใช้ได้อย่างปลอดภัยทั้งสิ้น 1.08 หมื่นล้าน ลบ.ม./ปี มีการใช้ไปทั้งสิ้น 869.91 ล้าน ลบ.ม./ปี ซึ่งยังเหลือน้ำบาดาลที่จะนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีก 9,935.13 ล้าน ลบ.ม./ปี หรือประมาณ 27 ล้าน ลบ.ม./วัน

“ไทยยังมีปริมาณน้ำบาดาลที่จะสูบขึ้นมาใช้ได้อีกจำนวนมาก แต่การพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ยังมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน เช่น จะต้องมีระยะห่างระหว่างบ่อไม่น้อยกว่า 200 ม. เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งน้ำระหว่างบ่อบาดาล และต้องควบคุมระดับการลดตัวลงของแต่ละชั้นน้ำบาดาลไม่ให้เกิน 3 ม. จากระดับน้ำปกติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ” อรัญญา กล่าว

อย่างไรก็ตาม การนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ อย่างแน่นอน และบ่อน้ำบาดาลที่ได้ขุดเจาะตามโครงการนั้นในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ยังสามารถเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูกาลถัดไปได้

สมคิด บัวเพ็ง นายกสมาคมอุทกธรณีวิทยาไทย และอดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล บอกว่า น้ำบาดาลสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ เตรียมข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน บริเวณ กทม.และปริมณฑลที่ประกาศเป็นเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลและแผ่นดินทรุดมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว เพราะมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลมาอย่างเข้มงวด จนในปัจจุบันสถานการณ์น้ำบาดาลได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว

“ดังนั้นจึงเห็นควรให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลอนุญาตให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมสูบน้ำจากบ่อสำรองที่มีอยู่ขึ้นมาใช้ได้ในระยะที่เกิดวิกฤตภัยแล้ง เพื่อทดแทนหรือลดการใช้นำประปาจากการประปานครหลวง” สมคิด กล่าว

ด้าน ณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก บอกว่า ระดับน้ำเขื่อนภูมิพลเข้าขั้นวิกฤตระดับที่ 3 หรือปริมาณน้ำใช้งานที่จะสามารถระบายได้ลดต่ำลงกว่า 176 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือน้ำใช้งานได้ไม่ถึง 2% หมายถึงเป็นน้ำเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นน้ำสำรองเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าหรือเดินเครื่องไฟฟ้าในยามที่ระบบไฟฟ้าหลักเกิดปัญหา โดยข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ คือ สามารถเดินเครื่องและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในไม่กี่นาที ต่างจากโรงไฟฟ้าแบบอื่นที่จะต้องเดินเครื่องกว่าจะพร้อมผลิตไฟฟ้าใช้เวลาถึง 8-10 ชม.

ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งภาคเหนือน้ำในบ่อน้ำธรรมชาติและแม่น้ำสาขายังเหือดแห้งลงเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะมีน้ำไหลเข้าแอ่งหรืออ่างน้ำธรรมชาติได้ เนื่องจากปริมาณฝนตกลงมาน้อย โดยเฉพาะแม่น้ำปิงสายเลือดสายสำคัญแห้งกลายเป็นทุ่งหญ้า ชาวบ้านวังปาน หมู่ 4 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พากันนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงกินหญ้าได้อย่างสบาย

ทั้งนี้ เช่นเดียวกับชาวบ้านห้วยกอก ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กว่า 100 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก น้ำในห้วยที่เป็นน้ำต้นทุนในการผลิตประปาแห้งขอดมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ส่วนเทศบาล ต.กุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา มีน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาได้แค่ 1 วัน หลังจากเขื่อนลำตะคลองแห้งขอด ทำให้ผู้นำท้องถิ่นต้องลงพื้นที่เจรจากับชาวนาเพื่อหยุดสูบน้ำทำนาชั่วคราวก่อน

อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสดา กล่าวว่า วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไปไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบเป็นระยะเวลาราว 100 วันเท่านั้น และเป็นไปได้ที่จะมีดีเปรสชันเข้าไทยถึง 2 ลูก คาดว่าในอีกไม่ช้าจะแก้ปัญหาภัยแล้งได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ