posttoday
เปิดร่าง รธน.ใหม่ กมธ.ไม่ถอยนายกฯ คนนอก

เปิดร่าง รธน.ใหม่ กมธ.ไม่ถอยนายกฯ คนนอก

10 กรกฎาคม 2558

ผ่านมา 11 วัน สำหรับการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ผ่านมา 11 วัน สำหรับการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตามข้อเสนอและคำขอแก้ไขของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเนื้อหาหลายส่วนที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์​ได้รับการ​ปรับปรุงแก้ไขใหม่

เริ่มตั้งแต่ประเด็นแรก การตัด “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” และ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ออกจากร่างรัฐธรรมนูญ แต่ได้เพิ่มเนื้อหาเข้ามาใหม่ในมาตรา 68/1 ให้บุคคลมีสิทธิเฝ้าระวังและตรวจสอบการกระทำและการทำหน้าที่ของผู้นำทางการเมือง รวมถึงมีสิทธิรวมตัวเพื่อดำเนินการตรวจสอบได้

​ในส่วนของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ​ หลังถูกตัดออกจากร่างรัฐธรรมนญ จะกำหนดให้มีกลไกในการกำกับและตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ​ซึ่งจะไปกำหนดให้อยู่ใน พ.ร.บ.ที่จะออกมาในอนาคต

อีกประเด็นที่มีเสียงคัดค้านอย่างมาก คือ การเปิดให้ “กลุ่มการเมือง” สามารถส่งผู้สมัคร สส.ได้ ไม่ต่างจากพรรคการเมือง จนมีเสียงทักท้วงว่าจะเกิดความเหลื่อมล้ำกับกฎระเบียบที่คุมเข้มพรรคการเมืองแต่ไม่ครอบคลุมกลุ่มการเมือง สุดท้ายที่ประชุมมีมติให้ตัดกลุ่มการเมือง ​

ส่วนประเด็นการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อแบบเปิด หรือ “โอเพ่นลิสต์” ที่ถือเป็นนวัตกรรมที่ กมธ.คิดค้นขึ้นมาใหม่ แก้ทางไม่ให้นายทุน หรือผู้มีอำนาจเข้ามามีอิทธิพลกำหนดตัวผู้สมัครในพรรค แต่อีกด้านกลับเกรงว่าในทางปฏิบัติจะเกิดปัญหาความสับสนในการลงคะแนน สุดท้าย กมธ.ยอมตัด แต่ยังคงให้สิทธิประชาชนในการเลือกผู้สมัครในแต่ละบัญชีรายชื่อ ​ด้วยการใช้วิธีการหยั่งเสียงโดยสมาชิกพรรคแทนเพื่อเป็นการทดแทน และมีเงื่อนไขว่าต้องมีสัดส่วนสตรีไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ในบัญชีของการทำการหยั่งเสียงดังกล่าว

ในส่วนระบบเลือกตั้งยังเป็นระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือเอ็มเอ็มพี ​ซึ่งโครงสร้างใหญ่ยังเหมือนเดิม คือมีจำนวน สส. 450-470 คน แต่มีการปรับรายละเอียด ทั้งการจัดบัญชีรายชื่อเดียวทั้งประเทศ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งจะทำให้​จำนวน สส.บัญชีรายชื่อลดลงเหลือ 150 คน จากเดิม 200 คน และไปเพิ่มจำนวน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 300 คน จากเดิม 250 คน

สำหรับที่มา สว.ที่เคยเป็นปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สุดท้าย กมธ.กำหนดให้ สว.ไม่เกิน 200 คน แบ่งเป็นระบบเลือกตั้ง 77 คน และสรรหา 123 คน ทั้งนี้ สว.เลือกตั้งจะมาจากเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน โดยจะไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองทำหน้าที่คัดกรองบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมในแต่ละจังหวัด จำนวน 10 คน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ออกเสียงลงคะแนน เหมือนกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ได้กำหนดไว้

ส่วนการสรรหา สว. 123 คน จะมีที่มา 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการ ตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ​และทหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ผบ.เหล่าทัพ ให้เลือกกันเองแต่ละประเภทไม่เกิน 5 คน จากเดิมไม่เกิน 10 คน 2.ผู้แทนสภาวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง โดยส่วนนี้กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จับสลากไม่เกิน 15 คน และ 3.ผู้แทนองค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคล ด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการและศึกษา ด้านชุมชน และด้านท้องถิ่นและท้องที่ ซึ่งมาจากการสรรหาไม่เกินด้านละไม่เกิน 6 คน และ 4.ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านต่างๆ ซึ่งมาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา 68 คน จากเดิม 58 คน

สำหรับหมวดคณะรัฐมนตรี ให้นายกรัฐมนตรี มาจาก 2 ทาง คือ 1.ให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกจากบุคคลที่เป็น สส. และ 2.ให้สภาลงมติเลือกจากบุคคลที่ไม่ได้เป็น สส.แต่ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวน สส.เท่าที่มีอยู่ในสภา และหากเกิดกรณีที่พ้นกำหนด 30 วัน แต่สภาไม่สามารถเลือกบุคคลมาเป็นนายกฯ ได้ ให้ประธานสภานำชื่อของบุคคลที่เป็น สส.ที่ได้รับเสียงข้างมากจากสภา ทูลเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ขณะเดียวกัน นายกฯ จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 8 ปีไม่ได้ และนายกฯ ไม่ต้องเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้วุฒิสภาพิจารณาก่อน แต่นายกฯ และรัฐมนตรีต้องเสนอแสดงสำเนาการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง 5 ปี ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นอกจากนี้ การปรับแก้อำนาจของนายกฯ ที่ขอให้สภาลงมติไว้วางใจตัวเองได้ตามมาตรา 181 แต่ไม่ตัดสิทธิ สส.ในการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังจากนั้น จากเดิมที่ร่างเดิมห้าม สส.ขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ อีก ส่วนมาตรา 182 ซึ่งให้นายกฯ สามารถเสนอขอความไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินจากสภาผ่านการเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้สภาเห็นชอบได้ภายใน 48 ชม.นั้น คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้ตัดมาตรานี้ทิ้งออกทั้งหมด

ในขณะที่มาตรา 184 ว่าด้วยการให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาราชการแทนรัฐมนตรีนั้น ได้ปรับแก้เป็น ในกรณีที่จำนวนรัฐมนตรีซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่เหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาราชการแทน จากเดิมที่กำหนดให้ปลัดกระทรวงเข้ามารักษาการทันทีเมื่อคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุจากการยุบสภา และให้คณะรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่รักษาการดังกล่าวสามารถลาออกจากการรักษาการได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ