posttoday
หุ้นจีน

หุ้นจีน

09 กรกฎาคม 2558

เรียบร้อยโรงเรียนปักกิ่งไปแล้วกับภาวะปั่นป่วนอย่างหนักที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นจีน ที่หลายคนมองว่าฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนกำลังจะแตกลงหลังจากที่ตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักหน่วงทั้งสามตลาด ทั้งเซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น และฮ่องกง และร่วงติดต่อกันมานานหลายวันต่อเนื่อง แม้ว่าจีนจะงัดเอาสารพัดมาตรการออกมาห้ามเลือดไม่ว่าจะสั่งระงับการขายหุ้นไอพีโอของ 28 บริษัท สั่งตั้งกองทุนโบรกเกอร์เพื่อพยุงตลาด รวมไปถึงสั่งอัดฉีดผ่านบรรษัทเพื่อสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์จีน มูลค่าถึง 5 แสนล้านหยวนเมื่อวานนี้ แต่ทว่าล่าสุดเมื่อวานนี้ ดัชนีหุ้นของจีนก็ยังร่วงต่อเนื่อง โดยเซี่ยงไฮ้ร่วงลงไปถึง 5.9% ฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงไป 5.8% และเสิ่นเจิ้นร่วงไป 2.5%

เรียบร้อยโรงเรียนปักกิ่งไปแล้วกับภาวะปั่นป่วนอย่างหนักที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นจีน ที่หลายคนมองว่าฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนกำลังจะแตกลงหลังจากที่ตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักหน่วงทั้งสามตลาด ทั้งเซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น และฮ่องกง และร่วงติดต่อกันมานานหลายวันต่อเนื่อง แม้ว่าจีนจะงัดเอาสารพัดมาตรการออกมาห้ามเลือดไม่ว่าจะสั่งระงับการขายหุ้นไอพีโอของ 28 บริษัท สั่งตั้งกองทุนโบรกเกอร์เพื่อพยุงตลาด รวมไปถึงสั่งอัดฉีดผ่านบรรษัทเพื่อสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์จีน มูลค่าถึง 5 แสนล้านหยวนเมื่อวานนี้ แต่ทว่าล่าสุดเมื่อวานนี้ ดัชนีหุ้นของจีนก็ยังร่วงต่อเนื่อง โดยเซี่ยงไฮ้ร่วงลงไปถึง 5.9% ฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงไป 5.8% และเสิ่นเจิ้นร่วงไป 2.5%

เมื่อนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.มานั้นถือตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ร่วงลงไปแล้วทั้งสิ้น 32% ครับ ขณะที่ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นซึ่งฝรั่งมองว่าเป็นเสมือนกับตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐนั้นร่วงลงไป 41%

ถามว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนลอยตัวจนกลายเป็นสบู่ โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่ามีหลายปัจจัยผสมปนกันไป

ไม่ว่าจะเป็นการที่จีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในหุ้นแทนซึ่งมีผลตอบแทนที่สูงกว่า รวมไปถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่ตกต่ำลงอย่างเนื่อง ทำให้คนหันไปหาตลาดหุ้นเช่นกัน และอีกประการหนึ่งก็คือ บริษัทเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนนั้นมีมากขึ้น และบริษัทส่วนใหญ่เหล่านี้มีอัตราการเติบโตของราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าอัตราส่วนการเติบโตจริงของผลกำไรบริษัททั้งนั้น

ก็เหมือนกับเศรษฐกิจจีนนั่นล่ะครับที่อยู่ในภาวะเชื่องช้าลง แต่ตลาดหุ้นจีนกลับเติบโตขึ้นอย่างร้อนแรง จาก 3,000 กว่าจุด พุ่งขึ้นไป 5,000-6,000 จุดภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น หลักนั้นตลาดหุ้นจีนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหุ้น A share ซึ่งทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น ทั้งสองตลาดไม่เปิดให้ต่างชาติเข้าลงทุนได้ ทั้งสองตลาดนี่ล่ะครับที่มีการเติบโตสูงและเร็วมาก ในจีนนั้นมีรายย่อยเยอะมากถือว่ามากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐด้วยซ้ำ แม้ว่ามูลค่าตลาดของตลาดหุ้นสหรัฐจะสูงกว่ามูลค่าตลาดหุ้นจีนรวมกันถึง 3 เท่าตัวทีเดียว ส่วนอีกกลุ่มหุ้น H share ซึ่งขายกันที่ตลาดฮ่องกงและเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนได้

ที่ผ่านมา จีนพยายามเปิดเสรีการเงินและพยายามเชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นกับทั้งสามตลาดมากขึ้น ซึ่งจากภาวะปั่นป่วนที่เกิดขึ้นนี้ถูกมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนเปิดให้ต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้นจีนมากขึ้นด้วย

ก่อนหน้านี้ ค่าเงินหยวนก็เกือบจะถูกต่างชาติทุบมาแล้ว ยังดีที่่จีนไหวตัวทัน ครั้งนี้จีนแม้จะไหวตัวทัน แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตไว้ได้ทันหรือไม่ ต้องตามกันอย่างใกล้ชิดครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท