
ต้นทุนการค้าเพิ่ม ทดสอบความเข้มแข็งเอกชน
ว่ากันว่าจุดแข็งของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ภาคเอกชน ที่มีความแข็งแกร่งในด้านค้าการลงทุน
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ว่ากันว่าจุดแข็งของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ภาคเอกชน ที่มีความแข็งแกร่งในด้านค้าการลงทุน การเจาะตลาดใหม่ๆ การสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้ามาหลายทศวรรษ ในขณะที่ภาครัฐก็ยังเป็นผู้สนับสนุนที่ยังไม่ดีมากนัก เห็นได้จากการร้องเรียนว่าหน่วยงานรัฐหลายแห่งยังเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ
การส่งออกที่เคยเป็นพระเอกในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว เริ่มถูกลดบทบาทลงนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและลุกลาม ทำให้ประเทศเสาหลักเศรษฐกิจโลกอย่างสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น ประสบปัญหาเศรษฐกิจหดตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ และทำท่าจะลามไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
การส่งออกปี 2557 ขยายตัวติดลบ 0.6% และยังคงติดลบต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปีนี้ จนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการขยายตัวของการส่งออกจากเป็นบวกเป็นติดลบ 2%
การส่งออกที่ไม่เติบโตนี้มาจากสาเหตุหลัก คือ ประเทศคู่ค้าซื้อของน้อยลง และเริ่มออกอาการเงินฝืดไม่ชำระค่าสินค้าได้ตามเวลา ทำให้ผู้ส่งออกไทยเจอผลกระทบ 2 เด้ง คือ ออร์เดอร์น้อยลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามความผันผวนของเศรษฐกิจ ทั้งจากการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน การซื้อประกันการส่งออก
แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ต้นทุนของเอกชนเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5-2% แล้วแต่ประเภทธุรกิจและตลาดส่งออก หากตลาดหลักอยู่ที่กลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจชะลอตัว มีความเสี่ยงในการทำการค้ามาก เช่น แอฟริกาใต้ ก็อาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่า
ณัฐพันธ์ พาณิชย์ชะวงศ์ ผู้จัดการแผนกรับประกันภัยสินเชื่อการค้า บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ ในกลุ่มเอไอจี กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐที่ยังไม่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จนถึงล่าสุดปัญหาวิกฤตการเงินกรีซ แม้จะทำให้ลูกค้าส่งออกหันมาสนใจซื้อประกันภัยสินเชื่อการค้ามากขึ้น แต่ในส่วนของบริษัทเองก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรับประกันภัยสินเชื่อทางการค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะถือว่าประเทศเหล่านั้นมีความเสี่ยงเกิดขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ในต่างประเทศเท่านั้นที่ต้องจับตาดู แม้แต่ในไทยเองก็ต้องจับตาดูด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ดังนั้นหากลูกค้าต้องการซื้อประกันสินเชื่อการค้าในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง ก็ต้องมีส่วนร่วมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วย เช่น การจำกัดวงเงินคุ้มครองที่ลดลง จากปกติที่ให้ความคุ้มครอง 90% ของยอดขาย หรือการให้ลูกค้ามีส่วนร่วมรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกมากขึ้น หรือคิดเบี้ยตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 0.1-0.3% ของยอดขาย
นอกจากซื้อประกันความเสี่ยงทางการค้าแล้ว ผู้ส่งออกบางรายยังเลือกป้องกันความเสียหายด้วยการขอซื้อประกันการส่งออก ซึ่งทางธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ระบุว่า ผู้ส่งออกเริ่มมาขอซื้อประกันการส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะตลาดหลักอย่างยุโรปลดการสั่งซื้อลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ผู้ส่งออกก็ต้องหันไปหาตลาดใหม่ แต่ก็ไม่แน่ใจที่จะไปเปิดตลาด จึงต้องซื้อประกันเพื่อลดความเสี่ยง
โดยปีที่แล้ว เอ็กซิมแบงก์มีเบี้ยประกันการส่งออก (ระยะสั้น) จำนวน 121.66 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดปริมาณธุรกิจส่งออก 84,740.86 ล้านบาท
ความเสี่ยงที่เอ็กซิมแบงก์แบกรับแทนผู้ส่งออกนั้นรับได้จำกัด ธนาคารจะจ่ายค่าสินไหม 90% ของทุนประกันเท่านั้น ดังนั้นเบี้ยประกันจะต้องสะท้อนความเสี่ยง หากส่งออกไปในประเทศที่มีความวุ่นวายทางการเมืองตลอดเวลา อย่างอียิปต์หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและกัมพูชา ธนาคารจะคิดเบี้ยประกันสูงกว่าประเทศที่ไม่มีปัญหาภายใน
นอกจากนี้ เอ็กซิมแบงก์มีระบบบริหารความเสี่ยงด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ซื้อในต่างประเทศ ใช้วิธีซื้อข้อมูลจากบริษัทต่างประเทศที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ (Information Agency) เป็นหลัก
รองลงมา คือ ใช้ข้อมูลจากองค์กรรับประกัน (Export Credit Agency) ในต่างประเทศ และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ทูตพาณิชย์ เป็นต้น แล้วนำมาวิเคราะห์และแจ้งแก่ผู้ส่งออกไทยว่า เอ็กซิมแบงก์จะรับประกันการส่งออกไปยังผู้ซื้อต่างประเทศรายนั้นหรือไม่
“เราไม่อาจทราบว่าคู่ค้าในต่างประเทศของผู้ส่งออกเรามีฐานะการเงินอย่างไร ก็ต้องใช้วิธีซื้อข้อมูลมาดู หากเห็นว่าเสี่ยงเกินไปก็สามารถปฏิเสธไม่รับประกันได้ แต่หากรับประกันไปแล้วเกิดปัญหาลูกค้าเก็บเงินไม่ได้ ธนาคารจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าแล้ว ก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นเจ้าหนี้ของคู่ค้าในต่างประเทศแทน” แหล่งข่าวเปิดเผย
กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้ว การติดตามหนี้นั้นเอ็กซิมแบงก์หรือบริษัทประกันภัย จะใช้บริการจากบริษัทกฎหมายหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตในการทวงถามหนี้ (Collection Agency) ในต่างประเทศ ติดตามทวงหนี้คืนจากผู้ซื้อในต่างประเทศ
ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การซื้อประกันการส่งออกก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในด้านปริมาณ แต่มูลค่าไม่ได้สูงขึ้นมากนัก เพราะผู้ส่งออกบางส่วนก็มีคำสั่งซื้อลดลง
สำหรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลัง ที่มีการเทน้ำหนักไปให้ความสำคัญกับภาวะเศรษฐกิจของจีนว่าจะเกิดฟองสบู่เศรษฐกิจแตกหรือไม่ ก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้เอกชนต้องติดตามดูเพราะส่งผลกระทบต่อการค้าและต้นทุนทางการเงินมากเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่เอกชนทุกรายขอซื้อป้องกันความเสี่ยงแล้วจะมีผู้ขายให้ทุกราย ทางผู้ขายประกันจะพิจารณาจากฐานะการเงินและตัวลูกค้าเองด้วยว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นลูกค้าเก่าแก่ก็มีโอกาสจะซื้อประกันลดความเสี่ยงมากกว่าผู้ส่งออกหน้าใหม่
สถานการณ์การส่งออกและความลำบากของภาคเอกชนจะยังดำเนินต่อไป จนกว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าปัญหาจะคลี่คลายไปทำให้การค้าขายระหว่างประเทศปลอดโปร่งเกิดขึ้นได้เมื่อใด
นั่นเป็นการส่งออกทางตรงที่มีการส่งออกมูลค่าและจำนวนสูง ซึ่งจะผ่านพิธีการศุลกากรที่มีต้นทุนสูงขึ้นแน่ๆ แต่การซื้อขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซนั้น ยังไม่มีการรับประกันจากสถาบันใด หากเป็นการซื้อขายกับลูกค้าบุคคลหรือนิติบุคคลโดยตรง
แต่หากเป็นการซื้อขายผ่านสถาบันการเงิน คือ เปิดใบคำสั่งซื้อมาและมีหนังสือรับรองจากธนาคารของประเทศคู่ค้า ก็จะมีหลักฐานการชำระเงินและเอกสารการค้าที่ครบถ้วน ยืนยันได้ว่ามีการสั่งซื้อที่ชัดเจน ก็ยังมีโอกาสที่จะซื้อประกันได้
กรณีที่เป็นการซื้อชายกันเองของลูกค้าโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ที่ไม่มีใครรับประกันเพราะตรวจสอบยาก กรณีที่มีการไม่ชำระค่าสินค้าขึ้นมาก็จะฟ้องร้องลำบาก ไม่มีเอกสารหลักฐานอะไร ดังนั้นหากลดความเสี่ยงลูกค้าก็ควรจะค้าขายผ่านธนาคารที่ผู้ซื้อสินค้าใช้บริการจะดีกว่า
ทางด้านการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละสกุลเงินที่จะมีความผันผวนและแนวโน้มการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างสกุลเหรียญสหรัฐ หรือสกุลเงินที่อ่อนค่า ก็จะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะมีทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้า
เมื่อต้นทุนการเงินจะเพิ่มสูงขึ้น หากต้องการให้ได้ผลกำไรไม่ตกต่ำ ก็จะต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นลง ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่เอกชนไทยลำบากมากที่สุดในรอบหลายๆ ปี







