กมธ.ชง 2 แนวทางปฏิรูปทรัพยากร
กรรมาธิการชง 2 แนวทางปฏิรูปทรัพยากร พร้อมปรับปรุงประเมินอีไอเอใหม่
กรรมาธิการชง 2 แนวทางปฏิรูปทรัพยากร พร้อมปรับปรุงประเมินอีไอเอใหม่
นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ในส่วนของการปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ยังพบปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ เช่น ประสิทธิภาพการติดตามตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กมธ.จึงจัดทำข้อสรุปแนวทางการปฏิรูประบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม 3 ด้าน ดังนี้ 1.การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับนโยบาย โดยเห็นควรให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) เพื่อบูรณาการในการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับด้านเศรษฐกิจและสังคม
2.การจัดการระบบการประเมินผลกระทบในระดับโครงการ (อีไอเอ) โดยการเปิดเผยรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการผู้ชำนาญพิจารณารายงาน (คชก.) เพื่อความโปร่งใสให้ประชาชนตรวจสอบได้ และ3.กระบวนการติดตามตรวจสอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยแก้ไขกฏหมายให้เจ้าของโครงการมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานติดตามตรวจสอบ และกำหนดให้มีระบบการขึ้นทะเบียน
ด้านนายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกมธ. กล่าวถึงการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ. .. ซึ่งกมธ.ได้ประมวลปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศได้ 3 ประเด็น ดังนี้
1.นโยบายของรัฐบาลในแต่ละสมัยยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะประชาชนลุ่มน้ำไม่มีแผลแม่บท และไม่มีมาตราการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เป็นรูปธรรม
2.หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ กระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆมีการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน
3.ไม่มีกฏหมายแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศ แม้จะมีกฏระเบียบที่เกี่ยวข้องแต่ก็มีวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้ต่างกัน ทำให้การบังคับใช้ไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น กมธ.จึงพิจารณาเสนอแนวทางกลไลในการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำคลอบคลุมการปฏิรูปทั้ง 6 ด้านได้แก่ การพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน การผลักดันกฏหมายแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การปรับปรุงกฏระเบียบที่มีอยู่แล้ว การจัดทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชน นอกจากนี้ ยังเสนอร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งสปช.มีมติเห็นชอบให้ส่งคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว







