
น้ำมัน...ขาลงจริงๆ
โดย ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย ธนพล ไชยภาษี [email protected]
นอกเหนือจากวิกฤตหนี้กรีซที่ยังยืดเยื้อหาจุดจบไม่ได้ ตลอดจนปัญหาความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดหลักทรัพย์จีนที่ร่วงเอาติดต่อกันหลายวันจนจีนต้องออกมาตรการมาพยุงอย่างเร่งด่วนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในวันเดียวร่วงลงไปถึง 4.40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือคิดเป็นถึง 7.73% ไปอยู่ที่ 52.53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถือเป็นการร่วงในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบหลายปี
การปรับตัวลดลงที่รุนแรงของราคาน้ำมันนั้นถือเป็นสัญญาณเตือนที่กำลังบ่งบอกว่า ในปีนี้ราคาน้ำมันอาจจะปรับตัวลงเช่นนี้อีกหลายครั้ง เพราะปัจจัยลบที่ตามฉุดราคาน้ำมันนั้นมีอยู่เพียบ
อย่างสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ราคาร่วงลงดังกล่าวนั้นมาจากปัญหาความวิตกกังวลต่อกรีซ ปัญหาตลาดหุ้นจีน และที่ส่งผลมากที่สุดก็คือการเจรจานิวเคลียร์อิหร่านที่กำลังเดินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว
ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างอิหร่านและมหาอำนาจ 5 ฝ่ายนั้นใกล้ที่จะได้ข้อยุติ โดยกำหนดการนั้นคือเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งถ้าหากคู่เจรจาสามารถได้ข้อยุติกันจริงๆ ก็จะนำไปสู่การเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกสินค้าได้อีกครั้งโดยเฉพาะน้ำมันครับ
ในขณะนี้การเจรจาระหว่างอิหร่านกับมหาอำนาจยังคงเจอกับอุปสรรคบางประการ เช่นว่าอิหร่านจะลดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเท่าไหร่ และเมื่อข้อตกลงบรรลุแล้วมหาอำนาจจะยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในทันทีเลยหรือไม่ หรือว่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่กระนั้นประเด็นเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญเท่ากับข้อเท็จจริงที่ว่า ในที่สุดแล้วอิหร่านก็จะได้รับการยกเลิกจากการถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปีทีเดียว
ในขณะนี้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกนั้นล้นตลาดอยู่เป็นทุนเดิม กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ยังคงการผลิตในปริมาณเท่าเดิม ดังนั้นราคาน้ำมันในอนาคตมีโอกาสที่จะปรับลดลงอย่างหนักอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านเริ่มกลับมาส่งออกน้ำมันอย่างจริงจัง
การที่ทิศทางราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลงเช่นนี้ ในความเป็นจริงน่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคทั่วโลก และเป็นผลดีต่อประเทศที่ต้องอุดหนุนราคาน้ำมันครับ เพราะรัฐบาลสามารถลดการอุดหนุนและนำเงินส่วนต่างที่เหลือไปใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ ได้
แต่กระนั้น ราคาน้ำมันที่อ่อนลงก็น่าจะสร้างแรงกดดันให้กับดัชนีราคาเงินเฟ้อทั่วโลกพอสมควร หลายประเทศอาจจะกระตุ้นเงินเฟ้อได้ไม่ถึงเป้า เพราะราคาน้ำมันที่ยังคงตกต่ำเช่นนี้ครับ







