
นักวิชาการหวั่นรัฐบาลจัดการน้ำเหลว
นักวิชาการวสท. หวั่นร่างจัดการน้ำเหลว หลังพบรัฐไม่แสดงจุดยืนปฏิรูป ปล่อยกรมน้ำยื่นอีกพ.ร.บ.ประกบให้ครม.พิจารณา
นักวิชาการวสท. หวั่นร่างจัดการน้ำเหลว หลังพบรัฐไม่แสดงจุดยืนปฏิรูป ปล่อยกรมน้ำยื่นอีกพ.ร.บ.ประกบให้ครม.พิจารณา
นางสิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ว่า นักวิชาการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาล แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในร่างแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยได้ออกแถลงการณ์ หลังพบ ว่า ขณะที่ กรรมธิการ(กมธ.)ปฏิรูปทรัพยากรน้ำของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังดำเนินการ ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำกลับมีข้าราชการประจำเสนอร่าง พ.ร.บ.น้ำ ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา โดยเนื้อหาของร่างดังกล่าว ถือเป็นร่างเดิมที่ยึดติดกับโครงสร้างเก่าที่มีปัญหาด้านต่างๆ เช่น เรื่อง การกำหนดให้มีหน่วยงานที่มีอำนาจในทางกฎหมายผูกขาดฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำทั้งหมดของประเทศ โดยปราศจากการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำของชุมชน และให้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และไม่ตรงกันจากหลายหน่วยงาน จนอาจจะสร้างความสับสนกับประชาชน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้น ในช่วงเกิดอุทกภัย เมื่อ ปี 2554
นอกจากนี้ นักวิชาการวสท.ได้แสดงความกังวลผ่านแถลงการณ์ ว่า อย่างไรก็ดี ร่างพ.ร.บ.น้ำก็ยังถูกพิจารณา ผ่านทางรัฐมนตรี และครม.อนุมัติรับหลักการ จนอยู่ในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ การดำเนินการดังกล่าวจึงอาจจะนำไปสู่ความล้มเหลวในการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบของประเทศ ตามที่สปช.ได้พยายามแก้ไขเรื่องนี้
นายปราโมทย์ ไม้กลัด สมาชิก สปช.และที่ปรึกษาคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของสนช. มีเป้าหมายให้เกิดองค์กรบริหารจัดการน้ำรูปแบบใหม่ ในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำ และระดับพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกลสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำทุกระดับให้มีความเชื่อมโยงกัน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมขอภาคีผู้มีส่วนได้เสียในภาคส่วนต่าง ๆ กระจายการบริหารจัดการน้ำไปสู่ระดับพื้นที่ให้ร่วมคิดร่วมทำ ให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเป็นกฎหมายแม่บทสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม สอดคล้องกับสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตประชาชน วางหลักเกณฑ์และมาตรการในการรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงน้ำ







