
"บิ๊กต๊อก"โยนสตง.ปมคืนตำแหน่งเลขาฯ สปสช.
"รมว.ยุติธรรม" เปิดประชุม "การพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย แก้ปัญหาทุจริต" ระบุ รอ สตง.รายงาน คืนตำแหน่งเลขาฯ สปสช.
"รมว.ยุติธรรม" เปิดประชุม "การพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย แก้ปัญหาทุจริต" ระบุ รอ สตง.รายงาน คืนตำแหน่งเลขาฯ สปสช.
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล พญาไท กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ "การพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย (RIA) เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาการทุจริต" โดยมีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยวิทยากรจาก OEDC และประเทศเม็กซิโก ออสเตรเลีย มาเลเซีย นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ ประกอบด้วย บรูไน สิงคโปร์ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการทำกฎหมายที่จะออกมาบังคับใช้ เราจะต้องดูว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง ซึ่งเราเคยมี แต่ไม่มีการนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง และไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ อีกทั้ง กฎหมายแต่ละประเภทที่มีก็ยังเขียนไม่ชัดเจน เนื่องจากกฎหมายบางตัวเขียนเป็นภาพกว้าง จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินสังคมบอกว่า รัฐบาลเวลาออกกฎหมายก็ออกเฉพาะเจ้าหน้าที่กระทรวง แต่ไม่สอบถามในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกหัวข้อในการประเมิน ซึ่งจะต้องทำทั้งก่อนทำและหลังออกกฎหมาย ว่า กฎหมายที่ออกไปสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือมีข้อบกพร่องตรงไหนอย่างไร เพราะท้ายที่สุดเราก็จะต้องถูกประเมินตลอดว่ากฎหมายมีความล้าสมัยเกินไป และไม่เป็นมาตรฐานสากลหรือไม่ เช่น กฎหมายราชทัณฑ์ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2479 ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นมาตรฐานสากล จึงต้องถูกประเมิน อีกทั้ง รัฐบาลนี้ก็มีพระราชบัญญัติออกมาแล้วว่า 5 ปี ทุกกระทรวงต้องยืนยันกฎหมายที่ใช้อยู่ หากไม่ยืนยันก็จะเป็นความผิดของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง เพราะไม่เช่นนั้น เราก็จะมีกฎหมายที่ล้าสมัย
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงยุติธรรมมีคณะกรรมการพัฒนากฎหมายแห่งชาติ และสำนักงานบริหารยุติธรรม ซึ่งทั้งสองหน่วยงานควรจะเป็นหน่วยงานที่จะกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางเกี่ยวกับกรอบกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ไม่ใช่ไปยุ่งเกี่ยวกับรายละเอียดในการตัดสิน แต่เป็นเรื่องของกรอบใหญ่ ซึ่งตนกำลังผลักดันในการพัฒนากฎหมาย ซึ่งมันมีหน้าที่อยู่แล้ว เพราะจะเห็นว่า ยุทธศาสตร์ในด้านกฎหมาย หรือแนวทางกฎหมายของไทย จะไม่มีหน่วยงานไหนทำ ซึ่งต้องเป็นหน่วยงานนี้ทำ ซึ่งการประชุมในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งนการจัดทำกฎหมายให้เป็นระบบที่ชัดเจน
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ ก็มีประเทศในอาเซียนเข้าร่วมการประชุม ซึ่งบางประเทศก็ได้เริ่มทำกฎหมายให้เป็นระบบแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเราจะต้องนำเอาข้อดี ข้อเสีย หรือปัญหาที่ประเทศนั้นพบมาปรับปรุง และพัฒนาให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย เพื่อจะได้เป็นกฎหมายที่เป็นมาตรฐานสากล ไม่ล้าสมัย และติดตามกฎหมายพันธกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับกระบวนการยุติธรรม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับการทุจริตในรอบที่ 3 นั้น ได้ดำเนินการถึงขั้นตอนไหน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้ามายังตน เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ หากได้ข้อสรุปอย่างไรแล้ว ก็จะส่งผ่านมายังนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขานุการ ศอตช.
เมื่อถามถึงกรณีของเลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากทางบอร์ดบริหารของ สปสช. ออกมาระบุว่า ในระเบียบสามารถเปิดให้ทำได้ ไม่ผิดวัตถุประสงค์ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ชี้แจงแล้ว ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันว่าปัญหาและมูลเหตุคืออะไร จึงทำให้มีการชี้ประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา พร้อมกับให้แนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วย ทั้งนี้ ตนเคยบอกแล้วว่า ถ้าใครคนไหนมีความสงสัยในเรื่องใด ก็ให้ทำหนังสือมาถึงตน ซึ่งตนก็จะให้หน่วยงานนั้นๆเป็นผู้ชี้แจง อย่างไรก็ตาม ตนไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องของรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ตรวจสอบ ซึ่ง สตง. ก็เป็นองค์กรอิสระ
เมื่อถามต่อว่า จะมีการคืนตำแหน่งให้ เลขาฯ สปสช. หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ สตง. จะต้องรายงานมาว่า หลังจากชี้แจงแล้ว ทำความเข้าใจกันแล้ว และหากผลของการชี้แจงไม่มีข้อบกพร่องถึงขั้นเป็นโทษ ก็ต้องคืนตำแหน่ง ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องฟังทางผู้ว่าฯสตง. อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า สตง. มีความมั่นใจในการชี้แจงให้ทางเลขาฯสปสช.ทราบ และมีหลักฐานจริง ทั้งนี้ ตนจะไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องของรายละเอียดแต่อย่างใด แต่ถ้าได้ข้อสรุปแล้วก็ขอให้รายงานมา







