posttoday
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (18)

การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (18)

07 กรกฎาคม 2558

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

เมื่อ เดวิด สตีล เสนอร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปเรื่องการทำแท้งในอังกฤษ ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า “ร่างพระราชบัญญัติการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์” (The Medication Termination of Pregnancy Bill) เมื่อ พ.ศ. 2509

ต่อมาเนื่องจากมีความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการวินิจฉัยความพิการของทารกในครรภ์ได้มากขึ้น กฎหมายนี้จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ขยายขอบเขตการทำแท้งกรณีทารกในครรภ์พิการหรือเป็นโรคร้ายในอายุครรภ์ที่สูงขึ้น โดยกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ พระราชบัญญัติการปฏิสนธิและวิทยาเอ็มบริโอมนุษย์ พ.ศ. 2533 (Human Fertilization and Embryology 1990)

มีหลายประเด็นที่จะต้องตีความกฎหมายเพื่อให้มีการใช้อย่างถูกต้อง บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ องค์กรให้คำปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์แห่งอังกฤษ หรือ บีพาส (BPAS) ได้จัดทำเอกสารตอบคำถามเหล่านี้ในรูป ถาม-ตอบ เผยแพร่แก่ประชาชน องค์กร และสถาบันต่างๆ ตอบข้อสงสัยทั้งหลายอย่างชัดเจน

ประเด็นแรก คือ เรื่องการใช้ดุลพินิจของแพทย์ในการขออนุญาตให้ทำแท้งนั้น อย่างไรเรียกว่าเป็นการใช้ดุลพินิจ “โดยสุจริต” ข้อยุติในเรื่องนี้คือ “เพื่อแสดงว่าการใช้ดุลพินิจเป็นไป ‘โดยสุจริต’ มิได้หมายความว่าแพทย์จะต้องดำเนินการทุกอย่าง ‘อย่างถูกต้อง’ โดยเคร่งครัดทุกขั้นตอน แต่หมายความว่า แพทย์ต้องไม่กระทำไปโดยไม่สุจริต (Dishonest) หรือ โดยประมาทเลินเล่อ (Negligenceสิ่งที่ทำให้การทำแท้งชอบด้วยกฎหมายก็คือ แพทย์มี ‘ความเห็น’ ว่ามีกรณีเข้าเงื่อนไข มากกว่า ‘ข้อเท็จจริง’ ว่ามีเงื่อนไขดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากแพทย์ทั้งสอง เชื่อโดยสุจริต (Believe in Good Faith) ว่า การทำแท้งนั้นก็กระทำได้โดยถูกกฎหมาย แม้ต่อมาภายหลังจะพบว่าหากให้ตั้งครรภ์ต่อไปจะปลอดภัยกว่า (เช่น ถ้าทำแท้งแล้วเกิดเสียชีวิตหรือเกิดอันตราย) เช่นเดียวกัน หากหญิงนั้นแจ้งว่าไม่สามารถแบกรับภาระการตั้งครรภ์ต่อไป ก็ไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องไปตรวจสอบว่าเธอยากจนจริงหรือไม่”

ปัญหาต่อไปคือ เพื่อให้สามารถลงนามอนุญาตให้ทำแท้งได้ แพทย์จำเป็นต้องตรวจหญิงนั้นด้วยตนเองหรือไม่ ทั้งนี้ในการปฏิบัติตามกฎหมายกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้การทำแท้งทุกกรณีต้องรายงานต่อทางการ โดยกำหนดแบบฟอร์ม วิธีการไว้อย่างชัดเจน ในใบอนุญาตให้ทำแท้งได้ต้องลงนามโดยแพทย์ 2 คน จึงมีปัญหาว่าแพทย์จะต้องตรวจหญิงนั้นด้วยตนเองก่อนลงนามอนุญาตหรือไม่ โดยต้องระบุด้วยว่าอนุญาตตามเงื่อนไขข้อใด

ประเด็นดังกล่าวนี้มีข้อยุติจากการตัดสินคดี เมื่อ พ.ศ. 2524 ระหว่างราชวิทยาลัยพยาบาลแห่งสหราชอาณาจักร (Royal College of Nursing of United Kingdom) กับกระทรวงสาธารณสุขและความมั่นคงทางสังคม (Department of Health and Social Security) คดีดังกล่าวนี้มีการพิจารณาจนถึงชั้นศาลฎีกา และได้ข้อยุติว่าการทำแท้งเป็นหัตถการที่ต้องกระทำเป็นทีม ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล ผดุงครรภ์ และทีมงานคนอื่นๆ ตามมาตรฐานเวชปฏิบัติที่ดี (Good Medical Practice) โดยแพทย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการรักษาทุกขั้นตอนก็ตาม แพทย์ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด ดังนั้นจึงเห็นพ้องกันมานานแล้วว่า เวชปฏิบัติที่ดีของแพทย์จะต้องพึ่งพาข้อมูลข่าวสารที่รวบรวมได้โดยสมาชิกคนอื่นในทีม ในการพิจารณาว่าหญิงนั้นเข้าเงื่อนไขที่จะทำแท้งได้ตามกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับการพิจารณามาตรฐานการปฏิบัติที่ดีของพยาบาลในการจ่ายยาแก่คนไข้ ทั้งนี้ไม่มีข้อกำหนดในกฎหมายว่าแพทย์จะต้องตรวจหญิงนั้นด้วยตนเอง หรือต้องตรวจสอบหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดลออก่อนลงความเห็นอนุญาต

ในแบบฟอร์มของทางการเอง ก็มีช่องให้แพทย์ทั้งสองเลือกกรอกว่าได้เห็นหรือได้ตรวจหญิงนั้นหรือไม่ โดยแพทย์ 2 คน จะลงนามในแบบฟอร์มฉบับเดียวกันหรือคนละฉบับก็ได้ และจะมีความเห็นแตกต่างกันในบางส่วน เช่น กรณีมีเหตุผลให้ทำแท้งได้ แพทย์คนหนึ่งเห็นว่าเข้ากรณี 1 ข้อ อีกคนเห็นว่า เข้าได้ 2 หรือ 3 ข้อ แต่แพทย์ทั้งสองคนต้องเห็นเหมือนกันอย่างน้อย 1 ข้อ

สำหรับกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน อนุญาตให้ใช้ความเห็นแพทย์เพียงคนเดียว เรื่องนี้มีปัญหาต่อเนื่องต่อมา เพราะมีแพทย์บางคนลงนามในแบบฟอร์มดังกล่าวไว้ล่วงหน้าให้ทีมงานไปดำเนินการต่อ ทำให้เกิดปัญหาว่าการลงนามไว้ก่อนหน้านั้น ผิดกฎหมายหรือไม่

ปัญหาข้อนี้บีพาสได้ชี้ว่าตามระเบียบของทางการ แบบฟอร์มการอนุญาตให้ทำแท้งต้องกรอกให้เรียบร้อยก่อนทำ แต่ “ไม่มีข้อห้ามมิให้ลงนามล่วงหน้าไว้ก่อน” และแท้จริงแล้ว แนะนำว่าการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยชัดแจ้ง เมื่อเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้สามารถทำแท้งได้โดยเร็วในบางกรณี เช่น กรณีที่แพทย์รู้ว่าจะไม่ได้อยู่ในคลินิก และตั้งใจที่จะได้มีการปรึกษาหารือกับทีมงานทางโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะเป็นผู้กรอกข้อมูลตามความเห็นของแพทย์

สำหรับเหตุผลว่าการลงนามไว้ก่อนในแบบฟอร์มอนุญาตให้ทำแท้ง เป็นการทำโดยสุจริต เนื่องจากการทำแท้งในผู้ที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ ย่อมปลอดภัยกว่าการให้ตั้งครรภ์ต่อไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตินั้น ไม่ชัดเจนว่าจะนำมาใช้อ้างได้ในทางกฎหมาย นอกจากนั้นในแบบฟอร์มดังกล่าวยังมีเนื้อหาที่ต้องการให้ได้ข้อมูลจำเพาะสำหรับหญิงที่ประสงค์จะทำแท้งแต่ละคนเพื่อให้ได้ข้อมูลเฉพาะตัว การลงนามในแบบฟอร์มไว้ก่อนด้วยเหตุผลในข้อนี้จึงไม่แนะนำให้กระทำ อย่างไรก็ดี ในทางกฎหมายแล้วไม่มีข้อห้ามมิให้กระทำ

เรื่องการใช้ดุลพินิจของแพทย์นี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นหัวใจของกฎหมายทำแท้งของอังกฤษ ยังมีประเด็นน่าสนใจอีกหลายประเด็นที่จะต้องกล่าวถึงต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท