
คุยกันต่อ
เรียบร้อยโรงเรียนเอเธนส์ไปแล้วกับการหยั่งเสียงประชามติของชาวกรีซ ที่ผลปรากฏออกมาว่าชาวกรีซไม่รับแผนปฏิรูปของเจ้าหนี้ด้วยสัดส่วน 61% ต่อฝ่ายที่รับ 39% เป็นการตะโกนบอกกลุ่มยูโรโซนดังๆ ว่ากรีซไม่อยากลำบากกับมาตรการรัดเข็มขัดอีกแล้ว
เรียบร้อยโรงเรียนเอเธนส์ไปแล้วกับการหยั่งเสียงประชามติของชาวกรีซ ที่ผลปรากฏออกมาว่าชาวกรีซไม่รับแผนปฏิรูปของเจ้าหนี้ด้วยสัดส่วน 61% ต่อฝ่ายที่รับ 39% เป็นการตะโกนบอกกลุ่มยูโรโซนดังๆ ว่ากรีซไม่อยากลำบากกับมาตรการรัดเข็มขัดอีกแล้ว
ถือว่าสะเทือนไปทั่วยุโรปพอสมควรครับ เพราะท่าทีจากประชาชนหลายประเทศนั้นไม่ค่อยจะพอใจกับผลประชามติดังกล่าวที่ออกมานัก อย่างในเยอรมนีประชาชนจำนวนไม่น้อยบอกว่ากรีซจะทำอย่างไรก็ได้ แต่กรีซต้องใช้หนี้คืน กรีซจะอยู่ต่อกับยูโรโซนหรือไม่ แต่กรีซต้องหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ทั้งหมด
เรียกได้ว่าความแตกแยกระหว่างกรีซและยุโรปนั้นกำลังลามไปถึงในระดับประชาชนแล้วพอสมควร เพราะเงินส่วนหนึ่งที่นำไปช่วยกรีซนั้นก็มาจากกองทุนฉุกเฉินของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นเงินมาจากรัฐบาลต่างๆ ซึ่งก็นำมาจากภาษีของประชาชนในยุโรปนั่นเอง โดยเยอรมนีเป็นผู้จ่ายมากที่สุด
หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.ค.ตามเวลาในยุโรปจะมีการประชุมของคณะรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ตามมาด้วยการประชุมฉุกเฉินของผู้นำยูโรโซนต่อปัญหากรีซด้วย ซึ่งในแถลงการณ์ของกลุ่มยูโรโซนนั้นบอกชัดเจนว่า หากกรีซจะมาร่วมก็ขอให้นำแผนการปฏิรูปใหม่ติดมือมาด้วย
ขณะที่กรีซเองนั้น นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส แห่งกรีซก็บอกว่าหลังได้ผลประชามติแล้ว งานต่อไปก็คือจะต้องเจรจาให้ได้ข้อตกลงกับเจ้าหนี้ให้ได้
สรุปแล้วประชามติจะมีขึ้นเพื่ออะไรในเมื่อในที่สุด ทั้งกรีซและเจ้าหนี้ก็จะต้องกลับมาเจรจากันอีกในที่สุด คำตอบก็คือ ผลประชามติจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือต่อรองของกรีซในการเจรจาต่อไปกับเจ้าหนี้ ว่า “เห็นไหมคนส่วนใหญ่ในประเทศของผมไม่เห็นด้วยกับแผนการปฏิรูปนะ” ทำนองนั้นครับ
แต่กระนั้นสำหรับท่าทีของเจ้าหนี้ ก็แน่นอนว่าไม่ค่อยจะพอใจกับผลประชามติที่ออกมานัก แต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหนี้จะยังคงยืนยันท่าทีและจุดยืนดังเดิมที่กรีซจะต้องเน้นการลดรายจ่ายของรัฐบาล โดยเฉพาะการตัดลดระบบบำเหน็จบำนาญ
เรียกได้ว่าหลังประชามติก็กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่บริบทและบรรยากาศจะเปลี่ยนไป และน่าจะเป็นการพูดคุยที่มีความกระฉับกระเฉงขึ้นกว่าเดิม
และถ้าหากงานนี้ยังเจรจากันไม่ได้และถ้ากรีซยังไม่สามารถปลดล็อกเงินช่วยเหลือได้อีก ส่วนเจ้าหนี้ก็ยังไม่พอใจกับแผนการปฏิรูปของกรีซ อย่างที่ไม่สามารถหาจุดประนีประนอมกันได้ ดูเหมือนว่าอนาคตที่กรีซจะต้องเดินออกจากยูโรโซนนั้นคงได้เห็นกันอีกไม่นานนี้
เพราะประชาชนชาวกรีซก็แสดงออกชัดเจนผ่านการประชามติแล้วว่าพร้อมจะเดินจากยูโรโซนแล้ว







