
อย่าไล่สุนัขให้จนตรอก
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
ในที่สุดผลการลงประชามติของกรีซว่าจะรับเงื่อนไขของประเทศเจ้าหนี้ ที่ให้รัฐบาลกรีซขึ้นภาษีและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกรีซลงเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ ซึ่งความจริงคือเงินกู้ก้อนใหม่จ่ายคืนเงินต้นที่ครบกำหนดชำระและดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ก็ปรากฏผลออกมาแล้วว่า ประชาชนชาวกรีซประมาณร้อยละ 62 ลงมติไม่รับเงื่อนไขของเจ้าหนี้
ผมเขียนบทความนี้ตอนเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากที่ชาวกรีซลงมติไม่รับมากกว่ารับ เกินความคาดหมายที่หลายฝ่ายคาดว่าจะแพ้ชนะกันเพียงประเภทเส้นยาแดงผ่าแปด ซึ่งทำไมชาวกรีซถึงลงมติที่ใครต่อใครบอกว่าจะทำให้เศรษฐกิจล้มละลาย ประเทศล่มจม เป็นเรื่องที่น่าคิดใช่ไหมครับ เพราะคนกรีซไม่ใช่คนที่ไร้การศึกษาที่จะให้ใครโดยเฉพาะรัฐบาลมาจูงจมูกได้ง่ายๆ
ผลจากการที่กรีซไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ให้เจ้าหนี้ไอเอ็มเอฟ 1,500 ล้านยูโร ก็ทำให้กรีซเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศแรกที่ผิดนัดชำระหนี้ ทั้งที่เป็นแค่การผ่อนชำระเงินกู้งวดแรกของเงินกู้ที่กรีซกู้จากไอเอ็มเอฟ 35 พันล้านยูโร จากจำนวนที่ครบกำหนดชำระทั้งสิ้น 5,500 ล้านยูโรในปีนี้
ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่า การที่กรีซหรือประเทศใดประเทศหนึ่งผิดนัดชำระหนี้กับไอเอ็มเอฟหรือเจ้าหนี้อื่นอะไรจะเกิดขึ้น และทำไมเศรษฐกิจของกรีซหรือประเทศนั้นจะล้มละลายเสียหาย
ขอสรุปสั้นๆ ว่าผลจากการผิดนัดชำระหนี้จะทำให้กรีซไม่มีแหล่งเงินกู้สุดท้ายที่จะพึ่งพิง เพราะเงื่อนไขการให้กู้ของไอเอ็มเอฟนั้นกำหนดว่าถ้าประเทศใดผิดนัดชำระหนี้กับไอเอ็มเอฟก่อนที่จะให้เงินกู้ก้อนใหม่ไปแก้ไขปัญหาประเทศนั้นๆ จะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของตัวเองก่อน พูดง่ายๆ คือ ต้องยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ไอเอ็มเอฟกำหนดเสียก่อน สูตรสำเร็จของไอเอ็มเอฟ คือ รัฐบาลประเทศนั้นๆ จะต้องลดค่าใช้จ่ายลงตามที่ไอเอ็มเอฟกำหนดหารายได้เพิ่ม โดยการขึ้นภาษีหรือขายทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ ลดหรือลอยตัวค่าเงินเพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งออก และลดรายจ่ายจากการนำเข้า ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้มีเงินมาชำระหนี้คืนให้ไอเอ็มเอฟนั่นเอง
นอกจากจะไม่ได้รับเงินกู้จากไอเอ็มเอฟเพิ่มเติมแล้ว กรีซยังจะไม่ได้รับเงินกู้จากแหล่งอื่น เช่น ธนาคารกลางยุโรปหรือประเทศที่มีกำลังทางเศรษฐกิจสูงพอช่วยได้ เช่น ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี เพราะการต่อรองได้ยืดเยื้อมานานหลายเดือน โดยไม่มีอะไรคืบหน้า จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีเยอรมันซึ่งเป็นผู้หญิงที่มีลักษณะเป็นแม่บ้านเจ้าระเบียบและครูบาอาจารย์ออกปากว่า รัฐบาลกรีซต่อรองเหมือนเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะถูกจะผิดอย่างไร สุดแท้แต่จะมอง
ผลของการลงประชามติทำให้เช้าวันนี้ราคาน้ำมันเบรนต์ในตลาดโลกลดลงต่ำกว่าบาร์เรลละ 60 เหรียญ ตลาดหุ้นและตลาดตราสารอนุพันธ์ปั่นป่วนเงินยูโรอ่อนค่าลง และแน่นอนว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นพร้อมกับทองคำ เพราะถึงกรีซจะเป็นประเทศเล็กๆ รายได้ประชาชาติซึ่งเคยสูงถึง 341 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2008 และปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 240 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 0.4 ของจีดีพีโลกหรือประมาณร้อยละ 1.5 ของจีดีพีของสหภาพยุโรป แต่ถ้ากรีซตัดสินใจถอนตัวจากกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยุโรป (ยูโรโซน) หรือออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ย่อมจะสั่นคลอนเสถียรภาพของยูโรโซนหรืออียู ว่ามีความมั่นคงเพียงใดเมื่อสมาชิกสามารถถอนตัวหรือถูกขับออกจากกลุ่มได้ในอนาคต และอะไรจะเกิดขึ้นถ้าประเทศอื่นในยุโรป เช่น ไอร์แลนด์ หรือโปรตุเกส ทำตามกรีซขึ้นมาบ้าง เพื่อผ่อนคลายเงื่อนไขเงินกู้ที่กู้มาจากไอเอ็มเอฟ
ทั้งหมดที่เขียนมาท่านผู้อ่านคงทราบมาบ้างแล้ว และคงจะมีข่าวคราวตามมามากมายในวันสองวันนี้ ว่าเรื่องนี้จะลงเอยกันอย่างไร แต่ผู้เขียนอยากจะลองแลกเปลี่ยนความเห็นกับท่านผู้อ่านว่าทำไมชาวกรีซถึงตัดสินใจไม่ยอมรับเงื่อนไขของเจ้าหนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง
ถ้ามองแบบทั่วๆ ไป เหตุที่ชาวกรีซไม่ยอมรับเงื่อนไขเงินกู้ใหม่เพราะเคยชินกับผลประโยชน์ที่เคยได้รับจากนโยบายประชานิยมต่างๆ จนกลายเป็นยาเสพติดที่เลิกยาก เช่น เงินตอบแทนเมื่อเกษียณอายุที่เจ้าหนี้ต้องการให้ลดลงให้เหมาะสมกับรายได้ของรัฐบาล และไม่อยากถูกเก็บภาษีเพิ่มทั้งที่ปัจจุบันชาวกรีซจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรรวมที่เสียภาษีเงินได้ให้รัฐ เป็นต้น แต่ถ้าลองพิจารณาจากมุมมองของชาวกรีซบ้าง ก็จะมีเหตุผลที่จะไม่รับเงื่อนไขของเจ้าหนี้มากมายนอกจากเหตุผลข้างต้น
เหตุผลแรก คือ เหตุผลที่รัฐบาลกรีซยกมาเป็นข้อต่อรองให้เจ้าหนี้ผ่อนปรนเงื่อนไขมาตั้งแต่ต้นว่า เงื่อนไขที่เจ้าหนี้กำหนด เช่น การลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลและการเก็บภาษีเพิ่มจะทำให้เศรษฐกิจของกรีซมีปัญหาหนักยิ่งขึ้น เพราะตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา จีดีพีของกรีซได้หดตัวลงกว่าร้อยละ 25 แล้วจำนวนคนว่างงานสูงเกือบร้อยละ 26 ของกลุ่มคนในวัยทำงาน และในกลุ่มผู้ที่จบการศึกษาใหม่ๆ มีผู้ว่างงานสูงถึงประมาณร้อยละ 50 ถ้ารัฐบาลยอมทำตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ย่อมจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงไปอีก คนจะว่างงานมากขึ้นจนเกิดความไม่สงบขึ้นถึงขั้นควบคุมไม่ได้
เหตุผลประการที่สอง คือ ปัจจุบันกรีซมีภาระหนี้สินอยู่เกือบ 315 พันล้านดอลลาร์ เงินกู้ที่ขอเพิ่มมานั้นก็แค่นำไปใช้ชำระหนี้เดิมบางส่วนพร้อมด้วยดอกเบี้ย ว่ากันตามนี้ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากเงินก้อนนี้คือ
เจ้าหนี้ ส่วนกรีซนั้นเพียงแต่ได้ซื้อเวลาต่อไปเพื่อให้สามารถระดมทุนเพิ่มในตลาดโลกซึ่งคงเป็นอะไรที่ยากมาก เมื่อประเมินจากฐานะการคลังของกรีซที่มีหนี้มากมายมหาศาลจนไม่มีใครประมาณได้ว่าจะต้องใช้เวลาชำระหนี้ต่อไปอีกกี่ปี และปัจจุบันอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักของกรีซ คือ การเดินเรืออยู่ในสภาพที่ซบเซาตกต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา เพราะสภาพเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเช่น แร่เหล็ก น้ำมัน และถ่านหินลดลง ส่วนเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ก็ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกรีซได้รับผลกระทบ กรีซได้รับการจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้อยู่ในระดับตราสารขยะ ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้รับเงินกู้ก้อนใหม่ ก็ใช่ว่าจะได้รับการปรับอันดับให้สูงขึ้นจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ซึ่งหากเงื่อนไขของเจ้าหนี้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ยากที่จะทำให้ได้รับการปรับอันดับเครดิตขึ้น
มองจากมุมมองทั้งสองนี้แล้ว น่าจะพอเห็นว่าทำไมประชาชนชาวกรีซถึงตัดสินใจไม่ยอมรับเงื่อนไขของเจ้าหนี้เพราะถึงสถานการณ์ปัจจุบันจะเลวร้าย การรับเงื่อนไขของเจ้าหนี้ก็ใช่ว่าจะทำให้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่อย่างใด
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งถึงไม่ใช่เป็นประเด็นที่ลงประชามติ คือ ประชาชนชาวกรีซอาจหวังว่า หากกรีซถอนตัวออกจากยูโรโซน อย่างน้อยสามารถพิมพ์ธนบัตรใช้เอง ใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง (ตรงนี้ผมพูดเอง) เศรษฐกิจก็อาจฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างมีศักดิ์ศรีอย่างที่นายกรัฐมนตรีของเขาว่า สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ถึงจะตายขอให้ตายอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าถูกเจ้าหนี้บีบจนตาย
ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามาเป็นข้อสันนิษฐานนะครับ เขาอาจจะคิดหรือไม่คิดอย่างนี้ ผู้เขียนไม่ทราบ แล้วก็ไม่ได้เขียนเพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านผลการลงประชามติของกรีซเพราะเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
ความจริงปัญหาเรื่องกรีซจะไม่มาถึงจุดที่เกือบจะเป็นทางตันในขณะนี้ ถ้าไอเอ็มเอฟและประเทศเจ้าหนี้อื่นๆ นำสุภาษิตไทยบทหนึ่งไปใช้ในการต่อรองกับกรีซบ้าง
สุภาษิตที่ว่าคือ อย่าไล่สุนัขให้จนตรอกอย่างไรเล่าครับ







