
แล้งวิกฤตถนนทรุดอีก5สาย
ภัยแล้งทำถนนริมคลองทรุดส่อลามทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางเหตุดินอ่อน
ภัยแล้งทำถนนริมคลองทรุดส่อลามทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางเหตุดินอ่อน
นายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากการสำรวจเส้นทางคมนาคมในความรับผิดชอบขณะนี้ พบถนน 5 สายทางใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสระบุรี ทรุดตัวจากผลกระทบภัยแล้ง ซึ่งจะเข้าไปซ่อมแซมให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติ
นายสมฤทัย ทะสดวก อาจารย์ภาควิชาทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ถนนทรุดอาจลามไปทุกที่ ทั้งนี้เหตุที่ถนนฝั่งซ้ายของคลองระพีพัฒน์ทรุดตัวตามที่เป็นข่าว เพราะน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็วจนน้ำที่อยู่ใต้ดินระบายออกไม่ทัน และเกิดขึ้นได้กับถนนทุกสายที่ตัดผ่านริมคลองหรือแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำลดลงจากปกติไปมาก
นายสุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า ความเสี่ยงถนนทรุดมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ที่มีดินอ่อน บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ เขตปริมณฑล ไปจนถึงพื้นที่ จ.อ่างทอง และนครนายก
“ถนนริมคลองส่วนใหญ่จะรองรับการจราจรที่มากกว่าการขนส่งพืชผลการเกษตร ซึ่งงบที่จัดสรรยังอยู่ในระดับจำกัด ไม่สามารถก่อสร้างให้แข็งแรงจนถึงฐานรากได้ จึงควรติดป้ายเตือนการทรุดตัว” นายสุทธิศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า จ.ปทุมธานี พบเหตุถนนทรุดและเสียหายเนื่องจากน้ำในคลองแห้งขอดจากภาวะแล้งทั้งหมด 88 แห่ง ซ่อมแล้ว 27 แห่ง
นายวรศาสน์ อภัยพงศ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ถนนที่สร้างในเมือง เช่น ในพื้นที่คลองประปา จะถูกออกแบบไว้เผื่อกรณีน้ำในคลองประปาไม่มี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย แต่โครงสร้างลักษณะนี้ต้องใช้งบประมาณมหาศาล
อนึ่ง เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุถนนทรุดตัวใน 2 จังหวัด ได้แก่ ถนนสายลาดบัวหลวง-สามเมือง เลียบคันคลองพระยาบันลือ จ.พระนครศรีอยุธยา และถนนสายหนองแค-หนองเสือ เลียบคลองระพีพัฒน์ จ.สระบุรี เนื่องจากไม่มีน้ำผดุงถนนหลังจากน้ำในคลองแห้งจากภัยแล้ง







