กมธ.ค้านลงมติลับร่างรัฐธรรมนูญ
กมธ.ยกร่างฯค้านลงมติร่างรธน.ลับ ยันควรเปิดเผยตามหลักปฏิบัติที่ผ่านมา ด้าน ‘บวรศักดิ์’ ข้องใจสื่อนำเสนอข่าวผลการประชุมกมธ.
กมธ.ยกร่างฯค้านลงมติร่างรธน.ลับ ยันควรเปิดเผยตามหลักปฏิบัติที่ผ่านมา ด้าน ‘บวรศักดิ์’ ข้องใจสื่อนำเสนอข่าวผลการประชุมกมธ.
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การปรับแก้เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎร เช่น จำนวนสส.และการเลือกตั้งสส.ระบบบัญชีรายชื่อ เป็นต้น ยืนยันว่าไม่กระทบต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่ได้มีการพิจารณาไว้แล้ว ซึ่งการแก้ไขรายมาตราที่ผ่านมาเป็นเพียงการปรับรายละเอียด โดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พยายามนำทุกคำขอแก้ไขเพิ่มเติมมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและรักษาเจตนารมณ์เดิมเอาไว้ เช่น ระบบเลือกตั้งส.ส.ที่คงระบบสัดส่วนผสมเพื่อให้ทุกคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนมีค่า มีความหมาย และพรรคการเมืองได้รับจำนวนส.ส.ที่ตรงตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยยืนยันว่าเจตนารมณ์เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งส.ส.คือ 1.ทุกคะแนนเสียงประชาชนมีความหมาย และ 2.พรรคการเมืองมีความหมาย ได้จำนวนส.ส.ตรงตามคะแนนนิยม
นายคำนูณ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีสปช.เสนอให้การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปโดยลับ ว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นข้อเสนอส่วนบุคคล ซึ่งการจะใช้วิธีการใดต้องยึดข้อบังคับการประชุมสปช.แต่ที่ผ่านมาการลงมติในร่างรัฐธรรมนูญก็ใช้การโหวตโดยเปิดเผย ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าการลงมติร่างรัฐธรรมนูญควรเป็นไปตามข้อบังคับและยึดถือตามประเพณีปฏิบัติที่เคยเป็นมา และมองด้วยว่าโดยพื้นฐานเชื่อมั่นในวิจารณญาณของสปช.ที่จะใช้วิจารณญาณพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด ตนเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการปรับแก้และเสนอให้ที่ประชุมสปช.พิจารณาอย่างเป็นทางการ เมื่อสปช.เห็นจะเกิดการยอมรับ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนจะไม่ขอก้าวก่ายการตัดสินใจหรือสิทธิ์การแสดงความเห็นของสปช.
โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการกำหนดให้สปช.ที่ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญเข้ารับฟังการชี้แจงรายละเอียดของการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่ได้กำหนดเพราะต้องดูการทำงานและช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อน โดยก่อนหน้านี้ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำหนังสือถึงประธานสปช.เพื่อให้พิจารณาในสองประเด็น คือ 1.ส่งสปช.ให้เข้าร่วมเป็นอนุกรรมาธิการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป และ 2.การเชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมมารับฟังรายละเอียดของการปรับแก้ ขณะที่ในส่วนของคณะรัฐมนตรี ก็จะเชิญมาในฐานะผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมเช่นกัน
ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ที่ปรึกษาและโฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาแสดงความคิดเห็นประเด็นการเปิดให้สมาาชิกพรรคการเมืองได้หยั่งเสียงส่งผู้สมัครก่อนลงเลือกตั้ง ว่า ประเด็นการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคในการเลือกตั้งครั้งแรก เราจะเขียนยกเว้นไว้ในบทเฉพาะกาล เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ก็อาจจะมีการตั้งพพรรคการเมืองหลายพรรค รวมทั้งมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่จากเดิม 375 เขตมาเป็น 300 เขต ดังนั้น เขตเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปและใหญ่ขึ้น ดังนั้นการหยั่งเสียงจึงทำไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งแรก จึงต้องเขียนยกเว้นไว้ในบทเฉพาะกาล
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุมว่าวันนี้เป็นวาระพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตามข้อเสนอและคำขอแก้ไขจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นวันที่เก้า โดยจะเข้าวาระพิจารณาในส่วนที่ว่าด้วยวุฒิสภา ทั้งนี้ก่อนเข้าประชุมนายบวรศักดิ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ถึงประเด็นการนำเสนอข่าวที่นำคำพูดในห้องประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรมนูญแบบคำต่อคำไปนำเสนอ ว่าได้เนื้อหามาอย่างไร โดยสื่อมวลชนปฏิเสธว่าไม่ทราบและไม่รู้ถึงการนำเสนอข่าวตามที่นายบวรศักดิ์ระบุ
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่าก่อนการประชุมในหมวดว่าด้วยการเมือง นายบวรศักดิ์ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ประจำห้องประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เช็คทุกมุมของห้องประชุมว่ามีการนำเทปบันทึกเสียงซ่อนไว้อยู่ภายในห้องประชุมหรือไม่ และเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำห้องเช็คแล้วไม่พบเทปบันทึกเสียงการประชุมจึงได้เริ่มขึ้น







