
ยธ.ตั้งทีมเฉพาะกิจสอบเหยื่อค้ามนุษย์
รมว.ยุติธรรม ถก คดีค้ามนุษย์ ตั้งทีมเฉพาะกิจสอบเหยื่อค้ามนุษย์ เด็ก-เยาวชน ให้พม.เป็นเจ้าภาพหลัก
รมว.ยุติธรรม ถก คดีค้ามนุษย์ ตั้งทีมเฉพาะกิจสอบเหยื่อค้ามนุษย์ เด็ก-เยาวชน ให้พม.เป็นเจ้าภาพหลัก
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 1/2558 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตต์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผอ.ศูนย์อำนวยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมอเมริกาและแปซิกฟิก โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการหารือในประเด็นสำคัญหลายเรื่อง คือ 1.ให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางขึ้นมารับผิดชอบหรือรองรับการดำเนินคดี การพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ หรือจัดให้มีช่องทางด่วนพิเศษสำหรับคดีการค้ามนุษย์ 2.มาตรฐานการดำเนินคดี ซึ่งประกอบด้วย การปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การให้พนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวน การสืบพยายล่วงหน้า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพิจารณาคดี เช่น การสืบพยานทางจอภาพ และการติดตาม ยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด 3.มาตรการเร่งรัดการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ และ 4.การจัดทำฐานข้อมูลคดีการค้ามนุษย์ให้เป็นระบบและเชื่อมโยงกัน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในการประชุมครั้งนี้ เป็นไปตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งได้มอบหมายให้ตนมาดำเนินการประชุมร่วมกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยการประชุมในครั้งนี้ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ โดยมีหน่วยงานหลักคือ ตร. ดีเอสไอ และพม. รับผิดชอบในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม และให้ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และปปง. เป็นหน่วยงานสนับสนุน เพราะอาจมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาข้าราชการ และการยึดทรัพย์ และให้สำนักงานอัยการ ศาลยุติธรรม และกรมสรรพากร ที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์
สำหรับปัญหาที่พบเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการสอบสวน จึงต้องมีห้องสอบสวนพิเศษ และมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมสอบสวน โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดจะใช้สถานีตำรวจในพื้นที่นั้น ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่าหน่วยงานอื่นๆ ส่วนในกรุงเทพฯ จะให้ พม. เป็นหน่วยงานหลักในการนำตัวเด็กและเยาวชนไปสอบสวน เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อม หลังจากนี้ ตนจะรายงานให้พล.อ.ประวิตร ได้รับทราบ และขอขยายหน่วยงานของพม.เข้าไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อดูแลคดีการค้ามนุษย์ในกรณีที่เหยื่อเป็นเด็กและเยาวชน
"ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ทำตามข้อท้วงติงของรายงานทิป รีพอร์ต ทุกข้อที่มีการท้วงติง แต่บางเรื่อง บางข้อ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ขอยืนยันว่า ประเทศไทยได้ปฏิบัติตามทุกขั้นตอนแล้ว และหวังว่าการจัดอันดับในครั้งต่อไปจะมีผลที่ดีขึ้น"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประกันตัวเป็นอำนาจของศาลยุติธรรม ดังนั้น จึงอยากให้พนักงานสอบสวนทั้ง ตร. ดีเอสไอ และพม. ได้เขียนรายละเอียดของสำนวนให้ครบถ้วนมากขึ้น เพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลยพินิจในการให้ประกันตัวหรือไม่ประกันตัวอย่างไร ทั้งนี้ การสอบสวนจะให้อัยการมาร่วมทำการสอบสวนด้วย นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศและต้องการสืบพยานล่วงหน้า ขณะนี้ได้มีการหารือร่วม กต. ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการสอบสวนพยานที่อยู่ต่างประเทศที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาให้การยังประเทศไทยได้ ซึ่งเรื่องนี้จะให้ กต. เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตาม ภายใน 1 เดือนนี้ ดีเอสไอ พม. ตร. และอัยการ จะช่วยกันออกระราชกำหนดพิเศษ ว่าจะมีการประสานและการใช้เครื่องมือการสอบสวนระหว่างประเทศอย่างไร
รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการติดตามยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนของตร.และดีเอสไอ มีอำนาจในการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินได้อยู่แล้ว แต่การสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยจะให้ ปปง. เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ได้มีการออกข้อตกลงร่วมกันแล้ว โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ส่งให้พม.แล้วร้อยละ 70-80 ทั้งนี้ ตนได้ตั้งนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เป็นเลขานุการศูนย์ฯ ในกาประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ตนจะรายงานให้พล.อ.ประวิตรได้รับทราบ เพื่อนำข้อมูลไปชี้กับกต.ต่อไป







