
ซอส-น้ำปลาปลอมภัยร้ายบุกเข้าครัว
บรรดา “แม่บ้าน” กำลังเสี่ยงอันตราย ต้องเสี่ยงกับภัยซอสถั่วเหลืองหรือน้ำปลาปลอมที่วางขายเกลื่อนตลาดนัดและร้านขายของชำใกล้บ้านคุณ
บรรดา “แม่บ้าน” กำลังเสี่ยงอันตราย ต้องเสี่ยงกับภัยซอสถั่วเหลืองหรือน้ำปลาปลอมที่วางขายเกลื่อนตลาดนัดและร้านขายของชำใกล้บ้านคุณ
โดย...วัลยศ งามขำ
บรรดา “แม่บ้าน” กำลังเสี่ยงอันตราย ต้องเสี่ยงกับภัยซอสถั่วเหลืองหรือน้ำปลาปลอมที่วางขายเกลื่อนตลาดนัดและร้านขายของชำใกล้บ้านคุณ น้อยคนจะรู้ว่าทุกวันนี้ “มือปราบซอสถั่วเหลือง” กำลังทำงานกวาดล้างแหล่งผลิตซอสถั่วเหลืองรวมทั้งน้ำปลาปลอมอย่างเข้มข้น
พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคดีเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หน่วยซึ่งถูกเย้ยหยันเป็นแค่ตำรวจปราบซอสเถื่อน กล่าวว่า “จับซอสมันไม่ขำหรอก หลายคนมาหัวเราะเรา ไปภาคอีสานกินกันเยอะ อันตรายไม่รู้ตัวหรอก”
เขาฉายภาพถึงสิ่งที่เขากำลังสืบสวนแกะรอย ขบวนการปลอมแปลงซอสปรุงรส ร่วมกับนักสืบซอสมือฉกาจ พ.ต.ท.ชิตภพ โตเหมือน รองผู้กำกับการ 4 บก.ปอศ. ที่ผันตัวเองจากนักสืบคดีอาชญากรรมมาดมกลิ่นซอสถั่วเหลือง พร้อมทีมงานอีกกว่า 10 คน
ปฏิบัติการครั้งใหญ่เปิดฉากขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัท ไทยเทพรสผลิตอาหารผู้ผลิตซอสถั่วเหลือง “ตราภูเขาทอง” แจ้งเบาะแสว่า สินค้าของบริษัทกำลังถูกเลียนแบบ ครั้งนั้นตำรวจ บก.ปอศ. จับกุมนางโสภาภรณ์ บุรณตระกูล เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2553 พร้อมของกลางซอสภูเขาทอง น้ำปลาทิพรส และซีอิ๊วขาวเด็กสมบูรณ์ 8,388 ขวด ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ชัยนาท และรวบตัวนางเบญจวรรณ แตงฉ่ำ ได้เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2553 พร้อมของกลางซอสปรุงรสนานาชนิด และน้ำปลาปลอมอีก 3,376 ขวด
ตำรวจหน่วยปราบซอสน้ำปลาปลอมเริ่มแกะรอยสืบสวนตามดมกลิ่น เพื่อขยายผลจนย่างเข้าสู่เดือน มิ.ย. สายลับที่วางสายไว้แจ้งเบาะแสมาว่า พบแหล่งพักซอสปลอมซุกซ่อนในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหาแห่งหนึ่ง ย่านบางบอน ฝั่งธนบุรี กทม.
เมื่อตรวจสอบเจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ขนสินค้าเข้า-ออกเป็นว่าเล่น พบว่าชื่อนายปิยะวิทย์ ทะลัย เป็นเจ้าของ แถมพ่วงมีประวัติอาชญากรรมเคยถูกจับคดีปลอมซอสภูเขาทอง น้ำปลาทิพรส และซอส|ถั่วเหลืองตราเด็กสมบูรณ์ เมื่อเดือน ก.ค. ต่อเนื่อง ต.ค. 2552
ข้อมูลชักเข้าเค้า ชุดสืบสวนจึงสะกดรอยต่อไปอย่างกระชั้นชิด จนสาวไปพบว่า เส้นทางวิ่งของรถบรรทุกคันนี้ ยังวิ่งไปยังโกดังไม่มีเลขที่ ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ด้วยอีกแห่ง ซึ่งน่าเชื่อว่าสถานที่ทั้งสองแห่งนี้คือ โกดังเก็บซอสและน้ำปลาปลอม จึงไม่รอช้าเข้ายื่นขอหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. บุกยึดซอสปรุงรสไว้ได้จำนวนมากในรอบปี เฉพาะโกดังที่บางบอนยึดได้น้ำปลา 119 ถัง หัวเชื้อน้ำปลาบรรจุในถัง 100 ลิตร 2 ถัง ถังเปล่า 90 ถัง ขวดพลาสติกเปล่าสำหรับบรรจุน้ำปลา 22,100 ขวด ขวดแก้วเปล่าสำหรับบรรจุซอส 1,440 ขวด กล่องกระดาษน้ำปลาตราปลาหมึกและซอสตราเด็กสมบูรณ์ 1,060 กล่อง แผ่นฉลากน้ำปลาและซอสปลอม 4,962 แผ่น และอื่นๆ อีกจำนวนมาก
ส่วนโกดังใน จ.ปทุมธานี พบซีอิ๊วขาวตราเด็กสมบูรณ์ปลอม 2,796 ขวด ซอสปรุงรสภูเขาทองปลอม 4,806 ขวด น้ำส้มสายชูตราคิวพีปลอม 750 ขวด นอกจากนี้ยังพบน้ำยาล้างจานซันไลต์ปลอมอีก 3,600 ซอง
พ.ต.ท.ชิตภพ บอกว่า นอกจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้จะต้องถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าแล้ว ยังจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อาหารและยาด้วย เพราะถือว่าผลิตอาหารออกจำหน่ายโดยไม่ได้มาตรฐานและไม่ผ่านการตรวจสอบจาก อย.
“ตั้งแต่ผมไปจับโรงงานนั้นมา ผมไม่กล้ากินน้ำปลาหรือซอสอีกเลย และยังต้องคอยบอกให้ระวังด้วยครับ” มือปราบซอส พ.ต.ท.ชิตภพ บอกแบบยิ้มๆ พร้อมกับส่ายหัว ก่อนจะบอกว่า “เราไม่สามารถดูออกเลยว่าขวดไหนจริงหรือปลอม ต้องอาศัยจากตาผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น”
เขาบอกว่า ทุกวันนี้ซอสและน้ำปลาปลอมกระจายอยู่เกลื่อนตลาดนัดและร้านขายของชำแทบทุกแห่ง โดยเฉพาะในภาคอีสาน บางครั้งร้านค้าส่งก็รู้เห็นกับขบวนการนี้ เพราะซื้อของถูก ยี่ปั๊วต้องรู้ราคาที่แท้จริง สินค้าปลอมที่พบมากส่วนใหญ่จะเป็นซอสภูเขาทอง น้ำส้มคิวพี ซอสเด็กสมบูรณ์ น้ำปลาทิพรส และซอสแม็กกี้
จะเห็นได้ว่าภัยร้ายที่คุกคามตัวเรามีอยู่ทุกรูปแบบ ภัยรายวันไม่ได้มีเฉพาะโจรผู้ร้ายเท่านั้น แต่ยังมีภัยเงียบจากอาหารการกินที่จ้องทำลายสุขภาพคนไทยตลอดเวลา
แม้จะมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่คนจ้องทำผิดเห็นแก่ได้ยังมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ตราบใดที่ยังมีคนเห็นแก่ตัว ตราบนั้นคนไทยก็ยังไม่พ้นภัย !!!







