posttoday
วุฒิเปิดโครงการพิสูจน์ดีเอ็นเอเฉลิมพระเกียรติ

วุฒิเปิดโครงการพิสูจน์ดีเอ็นเอเฉลิมพระเกียรติ

06 กรกฎาคม 2553

วุฒิสภา เปิดโครงการพิสูจน์ดีเอ็นเอเฉลิมพระเกียรติคืนความเป็นไปไทยคนยากไร้ 984 ราย พร้อมเชิญร่วมบริจาคเงิน

วุฒิสภา เปิดโครงการพิสูจน์ดีเอ็นเอเฉลิมพระเกียรติคืนความเป็นไปไทยคนยากไร้ 984 ราย พร้อมเชิญร่วมบริจาคเงิน

ที่รัฐสภา  นายนิคม  ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 พร้อมด้วยนายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวโครงการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมเฉลิมพระเกียรติเพื่อ รับรองสถานะทางทะเบียนแก่คนไทยผู้ยากไร้ 984 ราย วุฒิสภา

โดยนายนิคม กล่าวว่า ขณะนี้มีบุคคลที่มีสายเลือดความเป็นคนไทย จำนวนนับหมื่นนับแสน ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยหรือเอกสารรับรองความเป็นไทย ทำให้บุคคลเหล่านั้นต้องกลายเป็นผู้ไม่มีสถานะและไม่ได้รับสิทธิเช่นเดียว กับคนไทยทั่วไป และแนวทางที่จะช่วยเหลือกลุ่มบุคคลดังกล่าวคือ “การตรวจดีเอ็นเอ (DNA) หรือสารพันธุกรรม” สามารถใช้ยืนยันตัวบุคคลหรือความสัมพันธ์ทางสายโลหิตได้อย่างแม่นยำและมี ความน่าเชื่อถือสูง ดังนั้นจึงได้ริเริ่มโครงการนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานดังกล่าว

นาย นิคม กล่าวอีกว่า ในบรรยากาศที่ประเทศชาติของเรากำลังต้องการซึ่งความปรองดองและความสมานฉันท์ ของคนในชาติ โครงการฯ นี้จึงถือเป็นหนึ่งในกลไกการเสริมสร้างความรัก ความศรัทธา และความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย นอกจากนี้ โครงการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ยังนับเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติของวุฒิสภา ที่ได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลที่พระองค์ทรงเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2554 นี้ด้วย

ด้าน นายตวง กล่าวว่า คณะกรรมการอำนวยการโครงการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมเฉลิม พระเกียรติฯ ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ฯลฯ และองค์กรเอกชนภาคีเครือข่าย คือ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา เพื่อช่วย เหลือและอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งไม่มีรายได้หรือ มีรายได้น้อย ให้สามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สารพันธุกรรมหรือการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อประโยชน์ในการขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร ภายใต้คุณสมบัติตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติ และช่วยให้คนไทยเหล่านั้นสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ตามบทบัญญัติและ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ต่อไป 

นาย ตวง กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการดำเนินการนั้น จะตรวจให้กับบุคคลที่ผ่านการคัดกรอง ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการอำนวยการฯ กำหนด และผ่านการสำรวจข้อมูลประชาชน โดยสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 984 ราย จากนั้นจึงมีการประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยตรวจ เพื่อดำเนินการจัดเก็บสารพันธุกรรมแก่ประชาชน แล้วนำมาตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์นั้น จะส่งมอบให้กับสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป  ส่วน สถานที่ที่ใช้ในการดำเนินการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) คือ ที่ทำการปกครองในพื้นที่  สถานที่ที่หน่วยตรวจที่ เข้าร่วมโครงการกำหนด และสถานที่อื่นๆที่คณะกรรมการอำนวยการฯ ประกาศกำหนด

นาย ตวง กล่าวด้วยว่า ในส่วนค่าใช้จ่ายของโครงการฯ นั้น ทางคณะกรรมการอำนวยการฯ จะขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้เปิดบัญชีไว้ หรือบริจาคด้วยตนเองได้ที่บริเวณห้องโถง ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๒ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ทำการปกครองจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่จังหวัดกำหนด  ผลที่คาดว่าจะได้ รับจากการดำเนินโครงการนี้ นอกจากเป็นการช่วยเหลือคนไทยที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้มีหลักฐานประกอบการ ดำเนินการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร และมีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อการดำเนินการพัฒนาปรับปรุงฐาน ข้อมูลในทะเบียนราษฎรให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น และเพื่อช่วยเหลือให้กระบวนการบริหารจัดการด้านสวัสดิการของภาครัฐได้เพียง พอกับความต้องการและถูกต้องตามความเป็นจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอำนวยการโครงการฯได้นำบุคคลที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการตรวจพิสูจน์ฯ โดยเป็นชาวเขาเผ่าต่างๆจากจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่จำนวนหนึ่งมาร่วมการแถลงข่างด้วย โดยมีแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยทีมแพทย์จากสถาบันต่างๆ ได้มาสาธิตการตรวจดีเอ็นเอโดยใช้เนื้อเยื่อข้างกระพุ้งแก้มให้กับนายนิคม ไวยรัชพานิช

นอกจากนี้ยังได้ตรวจดีเอ็นเอโดยการเจาะเลือดให้กับผู้เข้ารวมโครงการดังกล่าวโดยเป็นแม่ลูกจากกรุงเทพฯ โดยนายอดิศักดิ์ เลิศชุ่ม อายุ 45 ปี แต่ยังไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งตรวจพิสูจน์กับนางมาลี เลาะและ อายุ 77 ปี มารดาซึ่งมีสัญชาติไทย โดยลูกที่เหลืออีก 7 คนมีสัญชาติไทยหมด ซึ่งปัจจุบันนายอดิศักดิ์ พิการขาขาดข้างหนึ่ง กล่าวว่า ตนเฝ้ารอมานาน และอยากได้รับสิทธิ์ตามสถานะคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งการดำเนินชีวิตประจำวันถือว่ามีปัญหามาก โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปรับการตรวจรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลของรัฐก็ไม่ได้รับ สิทธิ์ตามพื้นฐานของคนไทยทั่วไป  


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท