
ประชาคมเกษตรฯต้านรมว.ศธ.ดองตั้งอธิการฯ
ประชาคมเกษตรศาสตร์ ฮือต้าน รมว.ศึกษาธิการ ดองเรื่องตั้งอธิการบดี กังขาคสช.แทรกแซงสถาบันอุดมศึกษา
ประชาคมเกษตรศาสตร์ ฮือต้าน รมว.ศึกษาธิการ ดองเรื่องตั้งอธิการบดี กังขาคสช.แทรกแซงสถาบันอุดมศึกษา
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ประชาคมเกษตรศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์จากหลายคณะ ได้รวมตัวให้กำลังใจ รศ.บดินทร์ รัศมีเทศ ซึ่ง สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้มีมติให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีคนใหม่ แต่ปรากฎว่า พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ใช้อำนาจชะลอการนำชื่อ รศ.บดินทร์ ขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับให้ คณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) เข้าไปตรวจสอบคุณสมบัติ ทั้งที่ สภามก.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ รศ.บดินทร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความกังขาต่อกระบวนการใช้อำนาจของรมว.ศึกษาธิการ และสกอ.ในการเข้ามาแทรกแซงกระบวนการทำงานของสภามหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ ทางประชาคมมก.เตรียมนัดรวมตัวเพื่อเข้าพบ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงในวันที่ 6 ก.ค.
ด้าน รศ. สุรวิช วรรณไกรโรจน์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะแอดมินของ-เฟซบุ๊ก “ประชาคมเกษตรศาสตร์” ได้ระบุเกี่ยวกับปัญหาการเสนอชื่อผู้ได้รับการสรรหาเป็นอธิการบดีมก. ว่า การที่สกอ. มีหนังสือส่งคืนเรื่องดังกล่าวกลับมาที่มก. โดยอ้างเหตุว่ามีผู้ร้องเรียนเรื่องความไม่เหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ พร้อมกับระบุว่า รมว. ศึกษาธิการ ได้มีบัญชาให้ดำเนินกระบวนการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดี หลังจาก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฉบับที่ให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีผลบังคับใช้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า สกอ. ทยอยสอบถามประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับผู้ถูกเสนอชื่อ ทำให้กระบวนการล่าช้ามากว่า 6 เดือน
จนในที่สุด รมว.ศึกษาธิการตัดสินใจที่เชื่อตามเอกสารของผู้ร้องเรียน โดยอาจพิจารณาเห็นว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรงที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่จำเป็นต้องสอบข้อเท็จจริง จึงไม่ได้ขอคำชี้แจงจาก มก.นั้น เรื่องดังกล่าว สภา มก. ชุดที่แล้ว ได้ทราบข้อมูลที่ถูกใช้ร้องเรียนทั้งหมดนานแล้ว ซึ่งบางเรื่องนั้นผู้ร้องเรียนได้แจ้งต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตลอดจนคณะกรรมาธิการการศึกษาในรัฐบาลชุดก่อน แต่ไม่มีหน่วยงานใดชี้มูลและสั่งให้ยุติเรื่อง
"ส่วนเรื่องการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ4บริษัทนั้น เป็นความผิดทางวินัยที่ไม่ร้ายแรง และมก. ได้ตรวจสอบแล้วว่าบริษัททั้งสี่ ก็ไม่เคยทำธุรกรรมใดๆ กับมหาวิทยาลัย ดังนั้นประเด็นต่างๆ เหล่านี้ จึงไม่ทำให้สภามก. ชุดที่แล้ว เห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อ มีลักษณะต้องห้าม หรือขาดคุณสมบัติที่ระบุใน พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันหรือแม้กระทั่งฉบับที่จะประกาศใช้ใหม่ หรืออีกนัยหนึ่งคือสภามก. ชุดที่แล้ว เห็นว่า รศ. บดินทร์ รัศมีเทศ เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ และคุณลักษณะโดยรวมเหมาะสมที่สุดในบรรดาผู้ที่ได้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯ ตาม พ.ร.บ. มก. และข้อบังคับมก. ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทย่าลัยเกษตรศาสตร์โดยไม่มีลักษณะต้องห้ามในกฏระเบียบหรือข้อบังคับของ มก. แต่ประการใด”
ส่วนการที่รมว. ศึกษาธิการ ได้มีบัญชาให้ดำเนินกระบวนการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดี หลังจาก พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฉบับที่ให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีผลบังคับใช้นั้น สามารถเข้าใจได้ว่า รมว.ศึกษาธิการ ไม่วางใจในการทำงานของสภามก.ชุดที่แล้ว ซึ่งดำเนินกระบวนการสรรหาอธิการบดี แต่การที่ รมว.ศึกษาธิการ ไม่ให้สภามก. ชุดปัจจุบันดำเนินกระบวนการสรรหาฯ ใหม่นั้น ก็เสมือนว่าสภามก. ชุดปัจจุบันไม่เป็นที่ยอมรับของ รมว.ศึกษาธิการ ทั้งที่สภามก. ชุดนี้ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกระบวนการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดีเลยแม้แต่น้อย
“การที่บัญชาให้ดำเนินกระบวนการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดี หลังจากมก.เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับนั้น เสมือนหนึ่งว่า รมว.ศึกษาธิการ คิดว่าสภามก. ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีคนในมก. เป็นกรรมการเสียงข้างมาก ไม่สามารถสรรหาอธิการบดีที่เป็นที่พอใจของรมว.ศึกษาธิการ ได้ โดยประสงค์ให้สภามก. ชุดใหม่ ซึ่งมีคนนอกมก. เป็นกรรมการเสียงข้างมาก เป็นผู้ดำเนินกระบวนการสรรหาฯ จึงเสมือนกับสื่อสารว่าคนมก. ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการหาตัวบุคคลที่เหมาะจะเป็นผู้นำระดับอธิการบดีของมหาวิทยาลัยของตนเองได้”







