posttoday

80 พรรษา องค์ทะไล ลามะ สัญลักษณ์ผู้นำชาวพุทธ

05 กรกฎาคม 2558

องค์ทะไล ลามะ (องค์ที่ 14) ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา วันที่ 6 ก.ค. 2558

โดย...พระมหา ดร.รุ่งเพชร ติกฺขวชิโร Ph.D.

องค์ทะไล ลามะ (องค์ที่ 14) ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา วันที่ 6 ก.ค. 2558 ขอพระองค์ ผู้ทรงเป็นผู้นำจิตวิญญาณชาวทิเบต และสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนาในสายตาชาวโลก จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

พระองค์ประสูติ ณ หมู่บ้านตักเชอร์ แคว้นคาม ประเทศทิเบต วันจันทร์ที่ 6 ก.ค. 2478

พระองค์ทรงเป็นพระประมุขทั้งศาสนจักรและราชอาณาจักร เมื่อประสูติได้ 2 พรรษา ได้รับการรับรอง หลังจากพิสูจน์ว่าเป็นองค์ทะไล ลามะ องค์ที่ 13 กลับพระชาติมาประสูติ จากนั้นรัฐบาลทิเบตได้จัดรัฐพิธีทะไล ลามาภิเษก หรือพิธีสถาปนาองค์ทะไล ลามะ ณ พระราชวังโปตาลา กรุงลาซา เมืองหลวงของทิเบต อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติเมื่อพระชนม์พรรษา 5 พรรษา

ตามพระประวัติ ทรงเป็นนักเรียนที่เฉลียวฉลาดโปรดปรานการศึกษาเป็นที่ยิ่ง จึงจบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางพระพุทธศาสนา ขณะเมื่อพระชนมายุ 23 พรรษา

เคล็ดลับการศึกษาที่ควรถือเป็นเยี่ยงอย่าง คือ “อ่านหนังสือล่วงหน้า และอยากรู้ยิ่งกว่าที่ครูสอน”

เมื่อดำรงตำแหน่งประมุขของชาติ ขณะที่ทรงมีพระชนม์เพียง 15 พรรษา ต้องเผชิญกับการรุกรานของจีน จนสุดต้านทานได้ วันที่ 17 มี.ค. 2502 พระองค์ทรงลี้ภัยออกจากทิเบต เสด็จถึงประเทศอินเดีย วันที่ 30 มี.ค.ปีเดียวกัน ปัจจุบันประทับที่เมืองธรรมศาลาทางตอนเหนือของอินเดีย

นับแต่ลี้ภัยมาตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในอินเดีย แผ่เมตตาให้รัฐบาลจีนผู้รุกรานสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากจีน จึงไม่มีโอกาสกลับไปเหยียบแผ่นดินเกิดอีกเลย แต่ด้วยความที่ทรงมีน้ำพระทัยเด็ดเดี่ยว มุ่งช่วยเหลือชาวโลกให้ประสบกับความสุขและสันติ พระองค์จึงทรงเทศนาทั้งที่ธรรมศาลาและนานาชาติ เรียกว่าทรงเป็นผู้นำชาวพุทธ นำพระธรรมคำสอนแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเผยแผ่ทั่วโลก จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

(เมื่อเสด็จสหรัฐอเมริกาครั้งใด เป็นที่คลั่งไคล้ของชาวอเมริกัน จนต้องใช้สนามฟุตบอลแสดงธรรม ส่วนที่พุทธคยาประเทศอินเดีย พระองค์เสด็จครั้งใด ชาวพุทธจะแน่นเมื่อนั้น พระโพธนันทมุนี หรือหลวงพ่อจิ๋ว แห่งวัดป่าพุทธคยา อินเดีย บอกว่า ทะไล ลามะ ทรงมีโปรแกรมแสดงธรรมที่ลานธรรมในเทศกาล กาลจักร พุทธคยา ในเดือน ม.ค. 2559 ตอนนี้โรงแรมและที่พักที่พุทธคยาถูกจองเต็มหมดแล้ว เพราะชาวพุทธทั่วโลกและชาวทิเบตนับแสนจะหลั่งไหลไปเฝ้าผู้นำ เพื่อเฝ้าใกล้ชิด และสดับธรรม โดยเฉพาะเมื่อทรงบรรลือสีหนาทนั้น พระสุรเสียงสะท้านในหัวใจยิ่งนัก - สมาน สุดโต)

หลักธรรมหรือปาฐกถาที่พระองค์ทรงเน้น ก็คือ ความกรุณา การให้อภัย ความรัก สันติภาพ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะทรงมีผลงานที่โดดเด่นและประจักษ์แจ้งแก่ชาวโลกนี้เอง พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลในระดับนานาชาติมากกว่า 140 รางวัล หนึ่งในนั้น ก็คือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (Nobel Peace Prize)

พระองค์เสด็จไปปฏิบัติพระกรณียกิจ และเผยแผ่ธรรมมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก และได้เสด็จมาที่ประเทศไทยของเรา 3 ครั้ง (คือปี 2510, 2515, 2536) ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และมีพระประสงค์จะเสด็จมาอีก แต่มาไม่ได้ เพราะติดขัดที่ไทยเกรงใจจีน

พระองค์ทรงมีพระนิพนธ์มากกว่า 50 เล่ม และมากกว่า 5 เล่มได้แปลเป็นภาษาไทย เช่น My Land and My People (แผ่นดินและประชากรของข้าพเจ้า) Freedom in Exile (อิสรภาพในการลี้ภัย) The Art of Happiness (ศิลปะแห่งความสุข) 365 Dalai Lama Daily Advice from the Heart (๓๖๕ ทะไล ลามะ วัจนะจากใจ) The Leader’s Way (วิถีแห่งผู้นำ) เป็นต้น

อนึ่ง เมื่อพูดถึงวาทะหรือคำสอนขององค์ทะไล ลามะ หนึ่งในบรรดาคำสอนของพระองค์ที่โดดเด่นจับจิตจับใจและชาวโลกรู้จักเป็นอย่างดี ก็คือมีผู้ทูลถามองค์ทะไล ลามะ ว่า “เรื่องที่แปลกใจที่สุดในชีวิตคืออะไร?” พระองค์ทรงตอบว่า “มนุษย์ เพราะเขายอมเสียสุขภาพเพื่อให้ได้เงิน แล้วเขาก็ใช้เงินเพื่อให้สุขภาพฟื้นกลับมา เขาห่วงอนาคตมากจนไม่มีความสุขกับปัจจุบัน ผลก็คือเขาไม่มีทั้งปัจจุบันและอนาคต เขาอยู่เหมือนกับว่าจะไม่มีวันตาย และท้ายที่สุดเขาก็ตายไปเหมือนไม่เคยมีชีวิตอยู่จริง”

องค์ทะไล ลามะ ทรงเป็นบุคคลตัวอย่างในหลายๆ ด้านที่ประชาคมโลกควรได้ศึกษาเรียนรู้ อาทิ บุคคลสันติภาพของโลก บุคคลผู้ไม่เคยสิ้นหวัง ผู้อนุรักษ์วัฒนธรรม ผู้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์แก่ชาวโลก เป็นต้น

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ข่าวล่าสุด

อธิบดีกรมอุทยานฯ รุกตรวจไฟป่าลำปาง ชู CCTV อัจฉริยะคุมเข้มจุดเสี่ยง